ประชาชนที่หลุดสิทธิ์คนจนเพราะครอบครองรถเกินกำหนดแห่ตรวจสอบข้อมูลที่ขนส่งเกือบ 4 พันรายพบส่วนใหญ่มีรถเก่าเกิน 15 ปี วอนรัฐผ่อนเกณฑ์-เห็นใจคนเป็นหนี้
วันที่ 23 ก.ค.69 ประชาชนชาว จ.บุรีรัมย์ ที่หลุดสิทธิ์โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือ "บัตรคนจน" ทยอยนำหลักฐานเข้าตรวจสอบคุณสมบัติที่สำนักงานขนส่งทุกสาขาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดมีผู้เข้ามาตรวจสอบแล้วเกือบ 4,000 ราย สาเหตุส่วนใหญ่พบว่าเกี่ยวข้องกับการครอบครองรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ที่มีอายุการใช้งานเกิน 15 ปี ซึ่งประชาชนมองว่าเป็นเงื่อนไขที่ไม่สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริง เพราะรถเก่าหลายคันมีมูลค่าไม่มาก และขายซากไปแล้ว แต่ยังถูกนำมาพิจารณาจนทำให้หมดสิทธิ์รับสวัสดิการ
ผู้ที่มาตรวจสอบสิทธิ์หลายรายสะท้อนว่า รถที่ครอบครองเป็นรถเก่าที่ใช้ประกอบอาชีพและเดินทางในชีวิตประจำวัน ไม่ใช่ทรัพย์สินที่แสดงถึงฐานะความเป็นอยู่ที่ดี อีกทั้งบางคันใช้งานมานานหลายสิบปี จึงอยากให้รัฐบาลทบทวนหลักเกณฑ์ดังกล่าว โดยเฉพาะการยกเว้นการนับรถที่มีอายุเกิน 15 ปี เพื่อให้การพิจารณาเป็นธรรมกับผู้มีรายได้น้อย
นอกจากนี้ ประชาชนยังเรียกร้องให้รัฐบาลพิจารณาเรื่องภาระหนี้สินประกอบการคัดกรองด้วย โดยระบุว่าคนส่วนใหญ่ที่เป็นหนี้ ไม่ได้เป็นหนี้เพราะฟุ่มเฟือย แต่เป็นหนี้เพราะความยากจน ต้องกู้ยืมเงินหรือแม้แต่นำรถไปเข้าไฟแนนซ์ เพื่อนำเงินมาหมุนเวียนใช้จ่ายในครอบครัวและประกอบอาชีพ
ชาวบ้านต่างคาดหวังว่าจะได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้น ทั้งค่าอาหาร ค่าน้ำมัน และค่าใช้จ่ายจำเป็นในชีวิตประจำวัน พร้อมวอนรัฐบาลรับฟังเสียงสะท้อนของผู้มีรายได้น้อย และทบทวนหลักเกณฑ์การคัดกรองให้สอดคล้องกับข้อเท็จจริง เพื่อไม่ให้ผู้ที่เดือดร้อนจริงต้องพลาดโอกาสได้รับความช่วยเหลือจากภาครัฐ
นายวิชิด อายุ 54 ปี หนึ่งในผู้ที่คุณสมบัติไม่ผ่านเกณฑ์สวัสดิการแห่งรัฐ เพราะมีชื่อครอบครองรถจักรยานยนต์ 4 คัน บอกว่า วันนี้ได้นำหลักฐานคู่มือรถ 2 คันที่ยังใช้งานอยู่ แต่สภาพเก่ามากแล้ว มาตรวจสอบและยืนยันข้อมูลที่ขนส่งจังหวัด ส่วนอีก 2 คันไม่มีหลักฐานมายื่นประกอบ. เพราะได้เป็นรถเก่ากว่า 20 ปี และขายซากไปแล้วไม่ได้ใช้งาน เพราะนำหลักฐานที่มาแจ้งข้อมูลขนส่งวันนี้ ไปยื่นอุทธรณ์ทบทวนสิทธิ์บัตรคนจน ก็ไม่รู้ว่าจะผ่านหรือไม่ ก็อยากให้รัฐเห็นใจและผ่อนผันเงื่อนไข เพราะรถที่ครอบครองเพื่อใช้ประกอบอาชีพ เวลาเดือดร้อนก็ต้องเอาเข้าไฟแนนซ์ เพื่อนำเงินมามาใช้จ่ายในครอบครัว เพราะมีอาชีพปลูกผักขายรายได้ไม่แน่นอน บางวันขายได้ 200-300 บาท แต่เลี้ยงดูทั้งลูกหลานรวม 9 ชีวิต หากเป็นไปได้ก็อยากให้รัฐบาลให้สิทธิ์รายเดิมที่เคยได้รับ โดยเฉพาะคนชราที่ไม่มีเรี่ยวแรงทำมาหากินได้ ก็อยากให้ได้รับการช่วยเหลือ








