แม่ทัพภาคที่ 4 แถลงความคืบหน้าเหตุความไม่สงบในจังหวัดนราธิวาส ระบุหลักฐานเชื่อมโยงกลุ่มผู้ก่อเหตุกับคดีความมั่นคงหลายคดี พร้อมสั่งปรับแผนยุทธวิธีและยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยเชิงรุก เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนในพื้นที่ชายแดนภาคใต้
วันนี้ 23 ก.ค.69 พลโท นรทิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 พร้อมด้วย นายบุญช่วย หอมยามเย็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ,พลตำรวจตรี ประยงค์ โคตรสาขา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส ร่วมแถลงข่าวความคืบหน้าคดีเหตุความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส
โดยพลโท นรทิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของกำลังพลที่เสียชีวิต 5 นายและผู้ได้รับบาดเจ็บ จากเหตุคนร้ายเข้าโจมตีบริเวณจุดตรวจบูเก๊ะซามี อ.ระแงะ จ.นราธิวาส เมื่อคืนวันที่ 22 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา พร้อมระบุอีกว่าคดีคาร์บอมบ์ ที่ สภ.ตันหยง หลังเก่า อ.เมือง จ.นราธิวาส สามารถควบคุมตัวผู้เกี่ยวข้องได้แล้ว 2 ราย อยู่ระหว่างการซักถามขยายผล พร้อมสั่งการให้หน่วยงานด้านความมั่นคง ฉก.นราธิวาส ร่วมกับฝ่ายปกครองเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยเข้มข้น และเร่งติดตามไล่ล่าผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีให้ถึงที่สุด พร้อมระบุว่าคดีคาร์บอมบ์ฯสามารถควบคุมตัวผู้เกี่ยวข้องได้แล้ว 1 ราย อยู่ระหว่างการซักถามขยายผลเช่นเดียวกัน
ทางด้าน พลตำรวจตรี ประยงค์ โคตรสาขา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า 2 คดีสำคัญที่เกิดขึ้น คดีแรก คดีคาร์บอมบ์ ที่ สภ.ตันหยง อ.เมือง จ.นราธิวาส ในด้านการสืบสวนพบความคืบหน้าสำคัญ โดยสามารถระบุรถยนต์ที่ใช้ก่อเหตุทั้งสองคดีได้แล้ว และทราบตัวผู้ครอบครองรายสุดท้ายก่อนเกิดเหตุ อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขอศาลออกหมายจับเพิ่มเติมในเร็ว ๆ นี้ นอกจากนี้ จากหลักฐานปลอกกระสุนและพยานแวดล้อม เชื่อมโยงกลุ่มผู้ก่อเหตุกับคดีความมั่นคงหลายคดีในพื้นที่ รวมถึงอยู่ระหว่างตรวจสอบความเชื่อมโยงกับคดีปล้นร้านทองในจังหวัดนราธิวาสเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา และเหตุการณ์เผากล้องวงจรปิดเมื่อช่วงค่ำวันที่ 18 กรกฎาคม 2569 ที่อำเภอเจาะไอร้อง โดยตรวจสอบได้ว่าผู้ก่อเหตุเกี่ยวเนื่องกับคดีความมั่นคงหลายคดี เชื่อมโยง คดียิงราษฎรเสียชีวิตเมื่อปี 2562 ในพื้นที่ อ.ระแงะ /คดีลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่ทหารพราน /คดีปล้นร้านทองในพื้นที่ จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2568รวมถึงเหตุการณ์เผากล้องวงจรปิด (CCTV) ในพื้นที่ อ.เจาะไอ้ร้อง เมื่อช่วงค่ำวันที่ 18 กรกฎาคม 2569 เชื่อว่าคดีคาร์บอมบ์ สามารถออกหมายจับ เพื่อดำเนินการจับกุมผู้คนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายได้โดยเร็ว
ขณะที่ นายบุญช่วย หอมยามเย็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส กล่าวถึงการช่วยเหลือเยียวยาประชาชนและเจ้าหน้าที่ ว่า จังหวัดได้เร่งดำเนินการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบทั้งชีวิตและทรัพย์อย่างเต็มที่ โดยได้มอบเงินช่วยเหลือเบื้องต้นแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บเรียบร้อยแล้ว และเมื่อช่วงเช้าวันนี้ (23 ก.ค.69 ) ได้เดินทางเข้าเยี่ยมและให้กำลังใจ เด็กชายฮาปิ๊บ หินะ อายุ 10 ปี ที่ได้รับบาดเจ็บ พร้อมพูดคุยสิบถามอาการ จากที่สังเกตแววตาของเด็กน้อย เป็นแววตาของนักสู้ เข้มแข็ง และทราบว่าพ่อของน้องเป็นทหารและน้องมีความสนิมสนมกับเจ้าหน้าที่ทหารที่ประจำที่ด่าน และมักมาเล่นที่จุดตรวจเป็นประจำ โชคดีที่กระสุนไม่ได้เข้าจุดสำคัญ ขอให้กำลังใจครอบครัวผู้ที่ได้รับผลกระทบทุกคน พร้อมทั้งสั่งการให้เจ้าหน้าที่เร่งสำรวจความเสียหายของบ้านเรือนประชาชนที่ได้รับผลกระทบ เพื่อเร่งรัดอนุมัติเงินเยียวยาช่วยเหลือโดยเร็วที่สุด ต่อไป
ในช่วงท้าย แม่ทัพภาคที่ 4 เน้นย้ำได้สั่งปรับแผนยุทธวิธีการตั้งจุดตรวจให้เหมาะสมกับสถานการณ์ ลดความเสี่ยงในพื้นที่ชุมชน เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยเชิงรุกในระดับหมู่บ้าน โดยบูรณาการกำลังฝ่ายปกครอง ผู้นำท้องที่ และชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้านร่วมดูแลพื้นที่อย่างใกล้ชิด พร้อมยืนยันว่า เจ้าหน้าที่จะเดินหน้าปราบปรามกลุ่มผู้ก่อเหตุอย่างเต็มที่ ควบคู่กับการขับเคลื่อนปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติดในพื้นที่ชายแดนใต้ เพื่อสร้างความปลอดภัยและความเชื่อมั่นให้กับประชาชนอย่างต่อเนื่อง
ขอบคุณภาพ-ข้อมูล เพจสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนราธิวาส








