ตำรวจคุมตัว “นายกภา” อดีตนายก อบต.ควนกาหลง ส่ง สภ.ควนกาหลง รับทราบข้อหาฉ้อโกง 3 หมายจับ หลังถูกจับพร้อมเงินสดกว่า 1.2 ล้านบาท ด้านทนายประยุทธเตรียมยื่นประกัน ชี้คดีมีรายละเอียดซับซ้อน รอศาลพิจารณา
วันที่ 23 ก.ค.69 ความคืบหน้าคดีสะเทือนวงการท้องถิ่น กรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ภ.จว.สตูล สนธิกำลังบุกรวบ นายณัฐภาพงศ์ หรือ "นายกภา" อายุ 61 ปี ชาว อ.ควนกาหลง อดีตนายก อบต.ควนกาหลง ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดสตูล คดีฉ้อโกงรวด 3 หมายจับ (จ 170/2569, จ 171/2569 และ จ 172/2569) ขณะหลบซ่อนตัวอยู่ในหอพักแห่งหนึ่งใน อ.เมือง จ.นครราชสีมา พร้อมยึดของกลางเงินสดกว่า 1.2 ล้านบาท และเอกสารสำคัญ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ล่าสุดผู้สื่อข่าวรายงานว่า ท่านรองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสตูล พร้อมชุดปฏิบัติการควบคุมตัว ได้นำตัวนายณัฐภาพงศ์ หรือ "นายกภา" เดินทางมาถึง สภ.ควนกาหลง เป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังจับกุมตัวได้เมื่อวานนี้ (22 ก.ค.69) เพื่อส่งมอบตัวให้ พ.ต.อ.อำไพ ชุ่มช่วย ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรควนกาหลง ดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย และแจ้งข้อกล่าวหาให้ผู้ต้องหารับทราบอย่างเป็นทางการ หลังพบพฤติการณ์หลบหนีมาโดยตลอด
ขณะเดียวกัน ทนายประยุทธ เหล่หวี ทนายความส่วนตัวของนายกภา ได้เดินทางมาถึง สภ.ควนกาหลง เพื่อเข้าพบผู้ต้องหาและเข้าร่วมรับฟังการแจ้งข้อกล่าวหา โดยทนายประยุทธเปิดเผยว่า ได้เตรียมหลักทรัพย์มาพร้อมเพื่อยื่นขอประกันตัวนายกภา หากมีโอกาสและขั้นตอนเปิดช่อง โดยระบุว่าคดีนี้มีความทับซ้อนในข้อกฎหมายและรายละเอียด ส่วนการจะได้ประกันตัวหรือไม่นั้น ต้องขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาลต่อไป
สำหรับปฏิบัติการครั้งนี้ อยู่ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบช.ภ.9, พล.ต.ต.วรา เวชชาภินันท์ รอง ผบช.ภ.9, พล.ต.ต.นิพล เหมสลาหมาด ผบก.ภ.จว.สตูล พร้อมด้วย คณะรอง ผบก.ภ.จว.สตูล (พ.ต.อ.ประสิทธิ์ ดำกระบี่, พ.ต.อ.ธรรศภณ สาราพฤษ, พ.ต.อ.สมศักดิ์ ตันเจริญ, พ.ต.อ.จำลอง สุวลักษณ์) และคณะทำงานชุดจับกุม นำโดย พ.ต.อ.สมพงษ์ สุวรรณวงศ์ รอง ผบก.ภ.จว.สตูล, พ.ต.อ.เสกสิทธิ์ ปรากฎชื่อ ผกก.กก.สส.ภ.จว.สตูล, พ.ต.ท.ฟัยซาล ฮะอุรา, พ.ต.ท.วรวิทย์ เพ็ชรสีขาว พร้อมชุดสืบสวน (ด.ต.เอกรินทร์ ธัญญาฤทธิ์, ด.ต.สมศักดิ์ บริบูรณ์, ด.ต.อำนวย เต่งทิ้ง และ จ.ส.ต.นราธิป เพชรศรี)
ขณะที่หมายเรียกบุตรสาวของนายกภา ซึ่งถูกระบุว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการโกงข้อสอบนั้น จนถึงขณะนี้ยังคงเงียบหาย และยังไม่ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.ควนกาหลง เพื่อรายงานตัวแต่อย่างใด ท่ามกลางกระแสประชาชนในพื้นที่ที่ฝากข้อเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่เร่งขยายผลสอบสวนไปให้ถึง "ตัวการใหญ่" เบื้องหลังทั้งหมดต่อไป








