ดีป้าจัด OTOD #3 ที่ขอนแก่น ดันเกษตรกรอีสานใช้เทคโนโลยีลดต้นทุน เพิ่มรายได้ และพัฒนาจากเกษตรดั้งเดิมสู่เกษตรแม่นยำและยั่งยืน เผยทั่วประเทศมีผู้เข้าร่วมยกระดับทักษะกว่า 1,500 คน พร้อมยื่นข้อเสนอขอรับทุนมากกว่า 1,000 โครงการ
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 23 ก.ค.69 ที่โรงแรมกรีนโฮเต็ล แอนด์ รีสอร์ท ขอนแก่น นายยุทธนา โพธิวิหค รอง ผวจ.ขอนแก่น เป็นประธานเปิดกิจกรรม “OTOD #3 Accelerate Digital Agriculture & Pitching Day” รอบภาคอีสานตอนกลาง ภายใต้โครงการ 1 ตำบล 1 ดิจิทัล หรือ One Tambon One Digital : OTOD #3 เพื่อสนับสนุนให้เกษตรกรก้าวสู่การทำเกษตรแม่นยำและเกษตรยั่งยืน โดยนำเทคโนโลยีมาเป็นเครื่องมือและตัวช่วยสำคัญในการพัฒนากระบวนการผลิต ตลอดจนส่งเสริมการสร้างชุมชนดีและรายได้ดีด้วยดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง
นายประดิษฐ์ คงภูงา ผู้จัดการสาขาภาคอีสานตอนกลาง สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือดีป้า กล่าวว่า ขอนแก่นถือเป็นเมืองหลวงของภาคอีสาน และเป็นพื้นที่ผลิตพืชเศรษฐกิจสำคัญ ทั้งข้าว อ้อย และมันสำปะหลัง โดยประเด็นสำคัญที่เล็งเห็นคือภาระต้นทุนการผลิตที่เกษตรกรต้องแบกรับ ดังนั้นการนำโครงการมาจัดในจังหวัดขอนแก่นจึงเป็นประโยชน์ต่อเกษตรกรในการเลือกใช้เทคโนโลยี เพื่อช่วยลดต้นทุน เพิ่มรายได้ และสร้างอาชีพใหม่ให้แก่ประชาชนในพื้นที่ภาคอีสาน รวมถึงนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยแบ่งเบาภาระด้านต้นทุนและตอบโจทย์สิ่งที่เกษตรกรต้องการเปลี่ยนแปลง
"เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการจะได้รับโอกาสในการปรับโฉมรูปแบบการทำเกษตรจากเกษตรแบบดั้งเดิมไปสู่การเกษตรสมัยใหม่ โดยมีเทคโนโลยีเป็นส่วนสำคัญในการยกระดับกระบวนการผลิตและเพิ่มขีดความสามารถในการประกอบอาชีพ"
ขณะที่นายบุญทวี ดวงนิราช รักษาการผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาชุมชน สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือดีป้า กล่าวว่า โครงการ 1 ตำบล 1 ดิจิทัล ได้เดินทางจัดกิจกรรมแล้วทั้งหมด 8 พื้นที่ทั่วประเทศ และได้รับผลตอบรับดีเกินคาดที่ผ่านมา มีผู้เข้าร่วมการยกระดับทักษะอย่างเข้มข้นมากกว่า 1,500 คนทั่วประเทศ และมีข้อเสนอโครงการเพื่อขอรับทุนสนับสนุนจากดีป้ามากกว่า 1,000 โครงการ สะท้อนให้เห็นถึงความตื่นตัวของเกษตรกรและการตอบรับต่อกระบวนการต่าง ๆ ของโครงการเป็นอย่างดี
"ดีป้าลงไปดำเนินการในแต่ละพื้นที่สามารถเข้าถึงเกษตรกรได้จริง โดยผลตอบรับจากปีที่ผ่านมาได้นำไปสู่การส่งเสริมต่อเนื่องในซีซั่นที่ 2 และก่อให้เกิดประโยชน์ต่อเนื่องมาจนถึงซีซั่นปัจจุบัน ทั้งในด้านการสร้างความตระหนักรู้และการนำเทคโนโลยีไปประยุกต์ใช้ และจากการลงพื้นที่เรียนรู้ใน 8 พื้นที่ และการทำงานร่วมกับเกษตรกรมากกว่า 1,500 คน พบว่าเกษตรกรมีความตื่นตัวและสนใจนำเทคโนโลยีเข้ามาปรับปรุงกระบวนการผลิตมากขึ้น เนื่องจากเทคโนโลยีสามารถช่วยลดต้นทุนได้จริง"
นายบุญทวี กล่าวต่อว่า การทำเกษตรแบบดั้งเดิมอาจไม่ตอบโจทย์อีกต่อไป ภาคการเกษตรจึงต้องมุ่งไปสู่เกษตรแม่นยำและเกษตรยั่งยืน โดยมีเทคโนโลยีเป็นเครื่องมือและตัวช่วยสำคัญ เพื่อส่งเสริมการสร้างชุมชนดีและรายได้ดีด้วยดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามกิจกรรม OTOD #3 รอบภาคอีสานตอนกลาง เป็นอีกกลไกสำคัญในการเปิดโอกาสให้เกษตรกรและชุมชนเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัลที่สามารถนำไปใช้ลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และยกระดับรูปแบบการทำเกษตรจากระบบดั้งเดิมไปสู่เกษตรแม่นยำและเกษตรยั่งยืน








