หญิงวัย 23 ปี อุ้มลูกน้อยร้องขอความเป็นธรรม หลังสามีวัย 25 ปี เสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถเทศบาลเบี่ยงเลนตัดหน้า ผ่าน 9 เดือนคดีไม่คืบ คู่กรณีปฏิเสธรับผิดชอบ ดร.แก้ว เตรียมช่วยเร่งรัดคดี พร้อมตั้งทนายดูแลครอบครัวผู้สูญเสีย
วันที่ 23 ก.ค.69 นายพลทัศน์ อิ่มอุดมวงศ์ คณะกรรมการที่ปรึกษาภาคประชาชน สำนักงานอัยการจังหวัดธัญบุรี ได้พา น.ส.พลอยพรรณ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 23 ปี อาชีพพนักงานบริษัท เดินทางมาพร้อมกับญาติ โดยอุ้มลูกน้อย คือน้องเท็น วัย 3 ขวบ และน้องเกล วัย 9 เดือน นำหลักฐานเข้าร้องขอความเป็นธรรมกับ ดร.ปรเมศร์ ชัยพัชรกุลพงษ์ (ดร.แก้ว) ประธานคณะกรรมการที่ปรึกษาภาคประชาชน สำนักงานอัยการจังหวัดนนทบุรี และผู้ก่อตั้งเพจ “ดร.แก้วช่วยได้” หลังสามี คือ นายวายุ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 25 ปี ขับขี่รถ จยย.ไปรับพ่อย่านคลอง 12 อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ก่อนถูกรถดูดสิ่งปฏิกูลของเทศบาลแห่งหนึ่ง เบี่ยงเลนเพื่อเลี้ยวเข้าซอยในช่องทางที่ 2 อย่างกระทันหัน ทำให้สามีเบรคไม่ทัน พุ่งชนท้ายได้รับบาดเจ็บสาหัส และเสียชีวิตในเวลาต่อมา เหตุการณ์เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 26 ก.ย.68 ซึ่งผ่านไปนานกว่า 9 เดือน คู่กรณีรวมถึงหน่วยงานต้นสังกัดกลับปฏิเสธความรับผิดชอบ แม้กระทั่งเงินใส่ซองงานศพยังนำไปถวายวัดแทน เกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม
ภาพจากกล้องวงจรปิด เวลา 09.41 น. วันที่ 26 ก.ย.68 จับภาพขณะรถดูดสิ่งปฏิกูลของเทศบาลแห่งหนึ่ง ได้ขับมุ่งหน้าคลอง 13 อยู่บริเวณเลนที่ 2 จากนั้นนายวายุ (ผู้เสียชีวิต) ได้ขับขี่รถจยย.อยู่บริเวณเลนซ้ายสุด เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุรถคันดังกล่าวได้เปิดไฟเลี้ยว และเบี่ยงเลนเพื่อเลี้ยวเข้าซอยในช่องทางที่ 2 กระทันหัน ทำให้รถจยย.ของนายวายุที่ขับขี่ตามมาเบรคไม่ทัน พุ่งชนท้ายได้รับบาดเจ็บสาหัส
น.ส.พลอยพรรณ ภรรยาของผู้เสียชีวิต กล่าวว่า เหตุเกิดเมื่อประมาณวันที่ 26 ก.ย.68 เวลาประมาณ 9 โมง สามีของตนได้เดินทางนำรถกระบะไปคืนให้กับญาติแถวคลอง 12 โดยพ่อสามีเป็นคนขับรถกระบะ ส่วนสามีขับขี่รถ จยย.ตามไปเพื่อรับพ่อกลับบ้าน ระหว่างทางมีรถดูดสิ่งปฏิกูลของเทศบาลแห่งหนึ่ง เบี่ยงเลนเพื่อเลี้ยวเข้าซอยในช่องทางที่ 2 กระทันหัน ทำให้รถจยย.ของสามี ที่ขับขี่ตามมาเบรคไม่ทัน พุ่งชนท้ายได้รับบาดเจ็บสาหัส สมองบอบช้ำ รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล 3 วัน ก่อนเสียชีวิตในเวลาต่อมา ซึ่งในขณะนั้นตนเพิ่งคลอดน้องเกล ลูกสาวคนเล็กได้เพียง 5 วัน
หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เชิญตนกับคู่กรณีไปไกล่เกลี่ยกันที่ สภ.ธัญบุรี และชี้ว่ารถดูดสิ่งปฏิกูลของเทศบาลแห่งหนึ่ง เป็นฝ่ายขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิต แต่ฝ่ายคู่กรณีกลับไม่ยอมรับ ไม่มีคำขอโทษใดๆ แม้กระทั่งงานศพของสามีตน คู่กรณีก็ไม่เคยเข้ามาร่วมงานเลยสักครั้ง มีเพียงรองนายกฯซึ่งเป็นตัวแทนจากหน่วยงานต้นสังกัดเข้ามาร่วมงาน โดยเจ้าหน้าที่นิติกรแจ้งกับตนว่านายกฯได้ฝากซองกับรองนายกฯเพื่อมามอบให้กับครอบครัวตน แต่ตนไม่เคยได้รับเงินดังกล่าว ไม่ทราบจำนวนเท่าไหร่ รู้เพียงว่ารองนายกฯนำไปถวายให้กับทางวัดเพื่อทำบุญ
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นมานานเกือบ 1 ปี แต่คดีกลับไม่มีความคืบหน้า ที่ผ่านมามีการไกล่เกลี่ยหลายครั้งแต่ไม่สามารถตกลงกันได้ เนื่องจากทางนิติกรของเทศบาล และตัวแทนประกันภัย ต้องการให้คดีนี้เป็นประมาทร่วม ทั้งที่ตำรวจชี้ว่าฝ่ายเขาผิด ตนรู้สึกเสียใจที่คู่กรณีไม่เคยแสดงความรับผิดชอบใดๆ ทุกวันนี้ตนต้องลำบากเอาลูกไปฝากญาติเลี้ยง และออกมาหางานทำ มีรายได้เพียงเดือนละ 15,000 บาท ซึ่งไม่เพียงพอกับตนและลูกๆ วันนี้ตนจึงเดินทางมาร้องดร.แก้ว เพื่อขอความเป็นธรรมให้กับตนและครอบครัว ตนไม่เคยเรียกร้องอะไรมากมาย อยากให้คู่กรณีออกมารับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้น อย่างน้อยก็ถือว่าสงสารเด็กทั้ง 2 คน ที่ต้องสูญเสียพ่อไปตั้งแต่ยังเล็ก
ด้านนางคชาพร (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 41 ปี น้าสาว กล่าวว่า ตนเข้ามาช่วยเหลือหลานสาวตั้งแต่คลอดลูกคนเล็กได้เพียง 5 วัน และหลานเขยประสบอุบัติเหตุบาดเจ็บสาหัส และเสียชีวิต รู้สึกสงสารหลานสาว ที่มาเจอเหตุการณ์แบบนี้ในวันที่อายุยังน้อย ตนมองเห็นว่าหลานสาวเข้มแข็งมาก หากเป็นตนคงทำไม่ได้แบบนี้ ส่วนคู่กรณีไร้ซึ่งมนุษยธรรม แม้แต่การช่วยเหลือเบื้องต้นยังไม่มี จนกระทั่งหลายเขยเสียชีวิตก็ไม่เคยมาร่วมงานศพ อยากให้คู่กรณีออกมารับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้น
ดร.ปรเมศร์ หรือ ดร.แก้ว กล่าวว่า เบื้องต้นตนได้รับการประสานจาก นายพลทัศน์ อิ่มอุดมวงศ์ คณะกรรมการที่ปรึกษาภาคประชาชน สำนักงานอัยการจังหวัดธัญบุรี ได้พาผู้เสียหายมาร้องขอความเป็นธรรมกรณีสามีประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต ในด้านคดีดูแล้วไม่มีความซับซ้อน แต่เท่าที่ดูถือว่าคดีล่าช้าไปมาก ส่วนของคู่กรณีรวมถึงหน่วยงานต้นสังกัด ดูแล้วค่อนข้างแล้งน้ำใจ ผู้เสียหายต้องสูญเสียเสาหลักของครอบครัวไป ในขณะที่ลูกทั้ง 2 คนยังเล็ก ถือว่าเป็นเรื่องที่โหดร้ายกับครอบครัวของผู้เสียหายอย่างมาก
หลังจากนี้ตนจะพาผู้เสียหายเข้าพบท่านผู้กำกับการ สภ.ธัญบุรี และท่านผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 1 ตามลำดับ เพื่อช่วยเร่งรัดคดีให้เร็วที่สุด หากคดีนี้ดำเนินการถึงชั้นอัยการ ท่านอัยการจังหวัดธัญบุรีก็ยินดีจะให้ความเป็นธรรมอย่างเต็มที่ ตนฝากถึงท่านนายกเทศมนตรี ในฐานะที่ดูแลพี่น้องประชาชนในพื้นที่จำนวนมาก อยากให้ท่านเข้าช่วยเหลือในด้านคุณธรรมให้กับครอบครัวผู้เสียหายด้วย ตนไม่แน่ใจว่ามีใครแนะนำคู่กรณีอย่างไร แต่อยากให้พิจารณาถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่าควรเยียวยาให้กับครอบครัวผู้เสียชีวิตบ้าง วันนี้ตนได้แต่งตั้งทนายความเพื่อเข้ามาช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียหายแล้ว และจะดำเนินการตามกฎหมายจนถึงที่สุด








