ชาวบ้านเมืองแกลง ตั้งข้อสงสัย หลังพบสวนทุเรียนในป่าสงวนแห่งชาติป่าบ้านนา-ทุ่งควายกิน (เขาจุก) ยังเติบโตเขียวขจี แม้เจ้าหน้าที่เคยตรวจยึดและดำเนินคดีบุกรุกนานกว่า 3 ปี วอนหน่วยงานเร่งตรวจสอบว่าใครปลูก ใครดูแล หวั่นบุกรุกป่าซ้ำ
วันที่ 23 ก.ค.69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีชาวบ้านร้องเรียนการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ บริเวณเขาจุก หมู่ 8 ต.ทุ่งควายกิน อ.แกลง จ.ระยอง โดยมีการแผ้วถางป่า ปรับสภาพพื้นที่ทำสวนทุเรียน จนเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองและหน่วยงานป่าไม้เข้าตรวจสอบ พร้อมดำเนินการตามกฎหมายไปแล้วนั้น
ล่าสุด เมื่อมีการลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้า พบว่าสภาพพื้นที่ดังกล่าวยังมีต้นทุเรียนปลูกอยู่เป็นจำนวนมาก หลายต้นมีขนาดโตขึ้นอย่างเห็นได้ชัด บางต้นแผ่กิ่งก้านให้ร่มเงา มีท่อพีวีซีสีฟ้าส่งน้ำสภาพไม่ต่างจากสวนทุเรียนที่ได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง สร้างความสงสัยให้กับชาวบ้านว่า หลังจากเจ้าหน้าที่เข้าตรวจยึดและดำเนินคดีแล้ว เหตุใดจึงยังมีต้นทุเรียนเติบโตอยู่ในพื้นที่ป่าสงวนได้
ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 2 มิ.ย.65 นายอธิพงษ์ ตันศิริ ปลัดฝ่ายความมั่นคงอำเภอแกลง ในขณะนั้น พร้อมด้วย นายจักรฤษณ์ แสงกุหลาบ หัวหน้าหน่วยป้องกันรักษาป่า รย.1 (บ้านนา-ทุ่งควายกิน) นายบุญชู จารไม ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 8 ต.ทุ่งควายกิน เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า และกำลังเจ้าหน้าที่กองร้อย อส.อ.แกลง ร่วมกันลงพื้นที่ตรวจสอบ เจ้าหน้าที่พบพื้นที่ป่าสงวนถูกบุกรุกแผ้วถาง มีการปรับพื้นที่ลักษณะเป็นโคก เพื่อเตรียมปลูกทุเรียน เนื้อที่ประมาณ 5 ไร่ แต่ไม่พบตัวบุคคลหรือเครื่องจักรในบริเวณดังกล่าว จึงทำการตรวจวัดพิกัดด้วยระบบ GPS พร้อมบันทึกภาพไว้เป็นหลักฐาน
จากการตรวจสอบของหน่วยป้องกันรักษาป่า รย.1 หลังได้รับแจ้งร้องเรียนจากประชาชน พบว่ามีการบุกรุกพื้นที่ป่าจริง จึงร่วมกับฝ่ายปกครองอำเภอแกลง รวบรวมพยานหลักฐาน แจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.แกลง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย และนำพื้นที่กลับคืนเป็นเขตป่าไม้
สำหรับกรณีที่มีการกล่าวถึงอดีตผู้ใหญ่บ้านรายหนึ่งว่าอาจเกี่ยวข้องกับการบุกรุกนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างดำเนินการสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริง รวมถึงติดตามตัวผู้เกี่ยวข้องมารับผิดตามกฎหมาย โดยคดีดังกล่าวเคยมีการแจ้งข้อกล่าวหา “ก่อสร้าง แผ้วถางป่า หรือกระทำด้วยประการใด ๆ อันเป็นการทำลายป่า รวมถึงเข้ายึดถือครอบครองพื้นที่ป่าเพื่อตนเองหรือผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต” ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484
อย่างไรก็ตาม หลังเวลาผ่านไปกว่า 3 ปี ชาวบ้านกลับพบต้นทุเรียนยังคงอยู่ในพื้นที่และมีสภาพเติบโตสมบูรณ์ จึงตั้งคำถามถึงมาตรการดูแลพื้นที่หลังการตรวจยึด ว่ามีบุคคลใดกลับเข้าไปใช้ประโยชน์หรือเข้าดูแลสวนหรือไม่
ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า บริเวณป้ายที่มีข้อความติดไว้ว่า ”ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าบ้านนา-ทุ่งควายกิน สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 9 (ชลบุรี) กรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ปักอยู่นั้น ถัดไปไม่ไกลนักมีสิ่งปลูกสร้างอาคารของโบสถ์คริสตจักร ที่ชาวบ้านยังกังขาว่ามีการบุกรุกหรือสร้างสิ่งปลูกสร้างเข้าไปในเขตป่าสงวนหรือไม่ พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบอีกครั้ง หากปล่อยทิ้งไว้อาจกลายเป็นช่องโหว่ให้พื้นที่ป่าสงวนถูกบุกรุกซ้ำ เปลี่ยนสภาพจากผืนป่าเป็นพื้นที่เกษตร และสร้างปัญหาการครอบครองที่ดินผิดกฎหมายในระยะยาว








