กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เดินหน้าติดตามจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับในคดีเครือข่ายปล่อยกู้เรียกดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ล่าสุดสามารถจับกุม นายนฤพงษ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 32 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 2797/2569 ลงวันที่ 15 พฤษภาคม 2569 ได้ที่ร้านซื้อ-ขายและบริการซ่อมอุปกรณ์ไฟฟ้าแห่งหนึ่งในพื้นที่เขตสายไหม กรุงเทพมหานคร
เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ ศูนย์สืบสวนสะกดรอยและการข่าว เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการจับกุมผู้ต้องหารายดังกล่าว ซึ่งถูกกล่าวหาว่า ร่วมกันกระทำด้วยประการใด ๆ อันเป็นการช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกแก่ผู้อื่นในการกระทำความผิด และมีส่วนเกี่ยวข้องกับการสนับสนุนการกระทำความผิดเกี่ยวกับการเรียกดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด อันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ. 2560
จากการสืบสวนพบว่า นายนฤพงษ์มีพฤติการณ์เปิดบัญชีธนาคารและเปิดใช้หมายเลขโทรศัพท์มือถือสำหรับทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ E-Banking เพื่อใช้ในการโอนเงินกู้และรับชำระหนี้เงินกู้ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการเรียกดอกเบี้ยในอัตราที่เกินกว่ากฎหมายกำหนด
สำหรับการกู้ยืมเงินตามหลักกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ กำหนดอัตราดอกเบี้ยไว้ไม่เกินร้อยละ 15 ต่อปี ขณะที่พฤติการณ์ในคดีดังกล่าวอยู่ระหว่างการดำเนินการตามกระบวนการสอบสวนเพื่อรวบรวมพยานหลักฐานและดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้อง ภายหลังการจับกุม เจ้าพนักงานชุดจับกุมได้แจ้งข้อกล่าวหาและแจ้งสิทธิตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาให้ผู้ต้องหาทราบ รวมถึงแจ้งว่าการจับกุมและควบคุมตัวจะต้องมีการบันทึกภาพและเสียงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ขณะจับกุมจนกระทั่งส่งตัวให้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 คดีดังกล่าวเป็น คดีพิเศษที่ 40/2567 ของกองกิจการอำนวยความยุติธรรม โดยการติดตามจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับเป็นไปตามข้อสั่งการของ พันตำรวจตรียุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และ พันตำรวจตรีจตุพล บงกชมาศ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ซึ่งกำหนดให้ศูนย์สืบสวนสะกดรอยและการข่าว ซึ่งเป็นหน่วยงานขึ้นตรงต่อการบังคับบัญชา จัดชุดปฏิบัติการติดตามจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ
ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อนำตัวผู้ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดซึ่งยังหลบหนีเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม และดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป โดยผู้ต้องหายังคงได้รับการสันนิษฐานว่าเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด
อาชญากรรม








