จากเหตุการณ์ที่สร้างความสะเทือนใจให้กับสังคม หลังหญิงสูงอายุชาวจังหวัดน่านเสียชีวิตระหว่างเดินทางมายืนยันสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่ธนาคาร จนเกิดกระแสเรียกร้องให้หน่วยงานภาครัฐปรับปรุงการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ห่างไกล ล่าสุด ผู้ว่าราชการจังหวัดน่านได้สั่งการทุกอำเภอเร่งยกระดับการให้บริการ พร้อมผลักดันการจัดตั้งศูนย์ One Stop Service เพื่ออำนวยความสะดวกและลดความแออัดของผู้มาติดต่อ
เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 เพจประชาสัมพันธ์จังหวัดน่าน แจ้งว่า นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่มาติดต่อดำเนินการเกี่ยวกับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ พร้อมประชุมติดตามสถานการณ์และเตรียมความพร้อมการจัดตั้งศูนย์ One Stop Service โดยมีนายอำเภอทั้ง 15 อำเภอ เข้าร่วมประชุมผ่านระบบออนไลน์ เพื่อกำชับการให้บริการประชาชนอย่างทั่วถึงและลดความแออัดในจุดให้บริการ
ผู้ว่าราชการจังหวัดน่านได้สั่งการให้ทุกอำเภอและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการการทำงาน อำนวยความสะดวกแก่ประชาชน โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้ป่วยติดเตียง และประชาชนในพื้นที่ห่างไกล พร้อมประชาสัมพันธ์ให้ผู้ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายใหม่ สามารถยืนยันสิทธิผ่านกำนันหรือผู้ใหญ่บ้าน หรือดำเนินการได้ที่ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และธนาคารกรุงไทย สาขาใกล้บ้าน เพื่อกระจายการให้บริการและลดความหนาแน่นของผู้มาติดต่อ
ทั้งนี้ กระทรวงมหาดไทยอยู่ระหว่างเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อขยายระยะเวลาการยื่นอุทธรณ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐออกไปจนถึงวันที่ 20 กันยายน 2569 พร้อมเร่งจัดตั้งศูนย์ One Stop Service ครบทุกอำเภอ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน รวมทั้งตรวจสอบกรณีผู้ได้รับผลกระทบจากการถูกสวมชื่อเปิดบริษัทหรือบัญชีม้า เพื่อให้สามารถเข้าถึงสิทธิของรัฐได้อย่างเป็นธรรม
ในโอกาสเดียวกัน นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ได้มอบเงินช่วยเหลือแก่ครอบครัวของ นางเงา รกไพร อายุ 69 ปี ชาวอำเภอปัว ที่เสียชีวิตจากการเดินทางมายืนยัน สิทธิ์สวัสดิการแห่งรัฐ ที่ ธกส.สาขาปัว ประกอบด้วย ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน 5,000 บาท ธ.ก.ส. สาขาปัว 10,000 บาท เหล่ากาชาดจังหวัดน่าน 3,000 บาท กิ่งกาชาดอำเภอปัว 2,000 บาท สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) อำเภอปัว 3,000 บาท สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดน่าน 3,000 บาท และถุงยังชีพจากสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย จำนวน 1 ชุด เพื่อเป็นกำลังใจและช่วยเหลือครอบครัวในช่วงเวลาของการสูญเสีย
ข่าวภูมิภาค








