ตำรวจคุมตัว "นายทุ่ง" ฝากขังศาลจังหวัดอุดรธานี หลังแจ้ง 3 ข้อหาคดีฆาตกรรมโหด "นายต๋อง" เจ้าตัวยังยืนยันไม่ได้เป็นคนฆ่า พร้อมฝากถึงดวงวิญญาณผู้เสียชีวิต ขณะที่ผลนิติวิทยาศาสตร์ยืนยันศีรษะในกระป๋องสีเป็นของนายต๋อง ส่วนป้าผู้เสียชีวิตเชื่ออาจมีผู้ร่วมอำพรางศพ ซึ่งยังอยู่ระหว่างการสอบสวน
วันที่ 20 ก.ค.69 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าจากกรณีเหตุสยองขวัญที่อ.บ้านดุง หลังจากมีชาวบ้านไปพบศพนายสมศักดิ์ หรือ “ต๋อง” อายุ 35 ปี เสียชีวิตที่กระท่อมนาท้ายหมู่บ้านสุขสบาย หมู่ 12 ต.โพนสูง อ.บ้านดุง ในสภาพศพถูกตัดคอ เฉือนอวัยวเพศ ตัดเส้นเอ็นร้อยหวาน ต่อมาเจ้าหน้าที่ ตร.ไปคุมตัวนายนิรุติ หรือ “ทุ่ง” ผู้ต้องสงสัยที่กำลังนอนพักในกระท่อมนาที่ห่างจากกระท่อมนานายต๋องผู้เสียชีวิตประมาณ 50 เมตร และจากการตรวจสอบภายในกระท่อมนาพบศีรษะและอวัยวเพศซุกดองไว้ในกระป๋องสีปนกับกระดูกสุนัข นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังพบหลักฐาน รอยเลือด เส้นผม เศษชิ้นเนื้อคาดว่าเป็นของมนุษย์ ตร.พิสูจน์หลักฐานจึงเก็บไว้ตรวจสอบ
ขณะที่ ตร.ได้สอบสวนนายทุ่ง ผู้ต้องสงสัยหลายวัน เจ้าตัวก็ยังยืนกรานปฏิเสธ ต่อมาศาล จ.อุดรธานีอนุมัติหมายจับนายนิรุติ หรือต่อง อายุ 40 ปี ซึ่งอายุครบ 40 ปีเมื่อวานนี้คือวันที่ 19 ก.ค.69 พอดิบพอดี เกิด 19 ก.ค.2529
ล่าสุดวันนี้ (20 ก.ค.69) เวลา 10.00 น.พนักงานสอบสวนได้นำตัวนายนิรุติ ฝากขังยังศาล จ.อุดรธานี โดยก่อนนำตัวฝากขัง พ.ต.ท.ภาวิชญ์โรจน์ วิมลโรจนกรณ์ รอง ผกก(สอบสวน) สภ.บ้านดุง ได้เชิญตัวนายมาพูดคุยและแจ้งข้อหาให้ทราบอีกครั้ง แต่นายทุ่ง ยังคงยืนกรานปฏิเสธเหมือนเดิมว่า ไม่ได้ฆ่าโหดนายต๋อง และไม่รู้จริงๆ ว่าใครฆ่า ส่วนชิ้นส่วนศีรษะที่พบในกระป๋องสีขนาด 20 ลิตรไม่รู้ว่ามาอยู่ได้อย่างไร โดยช่วงที่พูดคุยกัน นายทุ่งยังมีสีหน้าเรียบเฉย หัวเราะได้ในบางครั้ง บอกตร.ว่า ผมไม่ได้ฆ่าจริงๆ เพราะส่วนตัวผมกลัวผี พร้อมกันนี้ยังฝากถึงดวงวิญญาณนายต๋องว่า ขอให้ไปสุขคติ นายต๋องเอ๊ยผมไม่ได้ฆ่านะ หากเป็นไปได้ผมอยากไปไหว้ศพคนตาย โดยตร.มีพยานหลักฐานแน่นและเชื่อว่าคนก่อเหตุคือนายทุ่งจึงดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป โดยตอนนี้แจ้งข้อหานายนิรุติ หรือนายทุ่ง 3 ข้อหา คือ,ฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนา,ปิดปังซ่อนเร้นอำพรางศพและทารุณกรรมสัตว์ ดำนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ขณะที่ผลชันสูตรโดยนิติเวช รพ.ศูนย์อุดรธานนีออกแล้ว ศีรษะที่พบในกระป๋องสีที่กระท่อมนาของนายทุ่ง เป็นศีรษะของนายสมศักดิ์ หรือต๋อง โดยเจ้าหน้าที่ตรวจไขกระดูกศีรษะ
ส่วนนางวิเชียร ซึ่งเป็นของนายต๋องผู้เสียชีวิต เปิดใจว่า ตนเองไร้เงินจัดงานศพ เตรียมมอบมูลนิธิดำเนินการ และเชื่อต้องมีคนช่วยอำพรางศพ
นางวิเชียร กล่าวว่า ขณะนี้ร่างของนายต๋องอยู่ระหว่างการชันสูตรอย่างละเอียดที่โรงพยาบาลในจังหวัดอุดรธานี แต่ด้วยฐานะยากจน ประกอบกับตนล้มป่วยมานานกว่า 2 ปี จึงไม่มีเงินและกำลังที่จะจัดพิธีศพหลายวันได้ จึงตัดสินใจมอบร่างให้มูลนิธิดำเนินการฌาปนกิจ ส่วนตนจะไปทำบุญอุทิศส่วนกุศลและกรวดน้ำให้หลานภายหลัง
“มันไม่มีเงินมีคำลูกหล่า ยายเองก็ป่วยมาสองปีแล้ว ไม่แข็งแรง เลยตั้งใจว่าจะมอบให้มูลนิธิเพิ่นจัดการเลย แล้วเราค่อยทำบุญ ข้าวหม้อแกงหม้อไปวัดหยาดน้ำหาเอาที่มันสะดวก” นางวิเชียร กล่าวทั้งน้ำตา
นางวิเชียร ยังเล่าถึงชีวิตของนายต๋องว่า เป็นเด็กกำพร้า บิดาทิ้งไปตั้งแต่อยู่ในครรภ์ ส่วนมารดาเสียชีวิตไปนานแล้ว ที่ผ่านมาเดินทางไปทำงานรับจ้างในกรุงเทพมหานคร และมักกลับมาเยี่ยมตนที่ตลาดเป็นประจำ การจากไปอย่างโหดเหี้ยมครั้งนี้ทำให้ตนเสียใจอย่างมาก
สำหรับรูปคดี นางวิเชียร เชื่อว่าผู้ต้องหาที่ถูกควบคุมตัวน่าจะเป็นผู้ก่อเหตุ เนื่องจากเหตุการณ์เกิดขึ้นภายในบ้านของผู้ต้องหา อย่างไรก็ตาม เธอตั้งข้อสังเกตส่วนตัวว่าอาจมีผู้ร่วมช่วยเหลือในการอำพรางศพ เพราะมองว่าผู้ต้องหาเพียงคนเดียวไม่น่าจะเคลื่อนย้ายร่างผู้เสียชีวิตได้ อีกทั้งสภาพศพมีการล้างคราบเลือดและมีการทาแป้ง ซึ่งเธอเห็นว่าเป็นการอำพรางที่มีลักษณะเป็นขั้นตอน ทั้งนี้ ประเด็นดังกล่าวยังไม่ได้รับการยืนยันจากพนักงานสอบสวน และอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง
นางวิเชียร เรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดอย่างถึงที่สุด เพราะมองว่าเป็นคดีที่โหดเหี้ยม พร้อมแสดงความกังวลว่าหากผู้ก่อเหตุไม่ได้รับโทษตามกฎหมาย อาจก่ออันตรายต่อผู้อื่นในอนาคต
โดยในบ่ายวันนี้สมาคมกู้ภัยศรีสุทโธนำเดินทางไปรับร่างนายต๋องที่จ.อุดรธานีมาทำฌาปนศพที่วัดบูรพาวัน โดยทางนางวิเชียรซึ่งเป็นป้าได้มอบศพให้เจ้าหน้าที่ฯ กู้ภัยดำเนินการเลย จากนั้นทางญาติๆ จะไปทำพิธีเชิญดวงวิญาณในที่เกิดเหตุในช่วงเย็นวันเดียวกันนี้








