ตำรวจทางหลวงกาญจนบุรีสนธิกำลังสกัดจับรถกระบะซุกแรงงานต่างด้าว 10 คน หลังขับรถซิ่งหนีการตรวจค้น สารภาพรับจ้างขนจากชายแดนสังขละบุรีเตรียมส่งต่อเข้ากรุงเทพฯ-เพชรบุรี ได้ค่าจ้าง 7,000 บาท แต่สุดท้ายไปไม่รอด
เมื่อวันที่ 15 ก.ค.69 ภายใต้นโยบายการกวดล้างแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายของ พล.ต.ต.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผู้บังคับการตำรวจทางหลวง (ผบก.ทล.) พร้อมด้วย พ.ต.อ.ภคพล สุชล ผู้กำกับการ 2 บก.ทล. ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.โจ เสาร์ประโคน สารวัตรสถานีตำรวจทางหลวง 6 กองกำกับการ 2 บก.ทล. นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงประสานความร่วมมือกับ กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 13, สถานีตำรวจภูธรลาดหญ้า และทหารกองกำลังสุรสีห์ ร่วมกันวางแผนสกัดจับขบวนการลักลอบขนแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองในพื้นที่
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้รับแจ้งจากสายข่าวว่า จะมีการใช้รถยนต์กระบะสี่ประตู สีขาว ลักลอบขนแรงงานต่างด้าวเข้ามาในพื้นที่ จนกระทั่งเจ้าหน้าที่พบรถยนต์ต้องสงสัยยี่ห้อ โตโยต้า รีโว่ ทะเบียนกรุงเทพมหานคร ขับอยู่บนถนนทางหลวงชนบท กจ.3021 ตำบลวังด้ง อำเภอเมืองกาญจนบุรี จึงได้แสดงตัวและส่งสัญญาณให้หยุดรถเพื่อขอตรวจค้น แต่คนขับกลับเร่งเครื่องหลบหนีอย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่จึงได้ขับรถติดตามไปอย่างกระชั้นชิด จนกระทั่งสามารถสกัดจับและควบคุมตัวคนขับเอาไว้ได้ในที่สุด
จากการตรวจสอบพบคนขับรถคือนายนิด (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 48 ปี ชาวตำบลบ้านเก่า อำเภอเมืองกาญจนบุรี ภายในห้องผู้โดยสารและกระบะท้ายรถที่มีผ้าใบปิดคลุมอย่างมิดชิด พบแรงงานต่างด้าวสัญชาติเมียนมา นั่งและนอนเบียดเสียดกันมาเต็มคันรถ รวม 10 คน แบ่งเป็นชาย 4 คน และหญิง 6 คน ตรวจสอบแล้วทั้งหมดไม่มีเอกสารการเข้าเมืองหรือเอกสารการเดินทางใด ๆ มาแสดง เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมยึดรถกระบะของกลาง นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.ลาดหญ้า เพื่อสอบปากคำเพิ่มเติม
จากการสอบสวนแรงงานต่างด้าวทั้งหมดผ่านล่าม ให้การว่า ได้ลักลอบเข้ามาตามช่องทางธรรมชาติฝั่งอำเภอพญาตองซู ประเทศเมียนมา ติดกับด่านพระเจดีย์สามองค์ ตำบลหนองลู อำเภอสังขละบุรี จากนั้นได้เดินเท้ามาหลบซ่อนตัวในป่าเพื่อรอรถมารับ โดยมีเป้าหมายเดินทางไปทำงานที่กรุงเทพมหานครและจังหวัดเพชรบุรี เสียค่าใช้จ่ายให้กับนายหน้าคนละประมาณ 14,000 ถึง 18,000 บาท ตามระยะทางปลายทาง
ทางด้านนายนิด คนขับรถชาวไทย ให้การรับสารภาพว่า ได้รับการว่าจ้างจากนายธน ให้ขับรถมารับแรงงานต่างด้าวทั้ง 10 คน จากป่าสวนยางพาราในพื้นที่บ้านจงอั่ว ตำบลปรังเผล อำเภอสังขละบุรี เพื่อนำไปส่งในจุดนัดหมายบริเวณชายป่าตำบลวังด้ง อำเภอเมืองกาญจนบุรี โดยจะได้รับค่าจ้างเป็นเงิน 7,000 บาทเมื่อทำงานสำเร็จ ซึ่งระหว่างทางนายธนจะคอยโทรศัพท์เช็กและแจ้งเตือนจุดตั้งด่านของเจ้าหน้าที่อยู่ตลอดเวลา เพื่อให้ตนขับหลบเลี่ยงไปใช้เส้นทางชุมชน แต่สุดท้ายก็ไม่รอดถูกจับกุมได้ โดยอ้างว่าเพิ่งลักลอบทำเป็นครั้งแรกและยังไม่ได้รับเงินค่าจ้าง
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหากับนายนิด ในความผิดฐาน “ซ่อนเร้น ช่วยเหลือ หรือช่วยด้วยประการใดๆ แก่บุคคลต่างด้าวที่หลบหนีเข้ามาในราชอาณาจักรไทยโดยผิดกฎหมาย เพื่อให้พ้นจากการจับกุม”
ส่วนแรงงานชาวเมียนมาทั้ง 10 คน ถูกดำเนินคดีในข้อหา “เป็นบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยไม่ได้รับอนุญาต” ก่อนส่งตัวดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป








