หมดมุกเช็คอินแบบเดิมๆ? สตูลเนรมิตวิวาห์โบราณ 70 ปี "ส่งสะใภ้สู่เกาะลิดี" ยลโฉมบัลลังก์เปอรามิน-แฟชั่นเคบาย่า มรดกโลกที่หาดูยากที่สุดในไทย!
จะดีแค่ไหนถ้าทริปต่อไปของคุณไม่ได้มีแค่ทะเล? สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดสตูล ปลุกกระแสท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมให้กลับมามีชีวิตอีกครั้งในโครงการ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” ณ ชุมชนบ้านตะโละใส (อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตรา) ไฮไลต์เด็ดที่ทำเอาทั้งอินฟลูเอนเซอร์และนักท่องเที่ยวตาค้าง คือการชุบชีวิต "พิธีแต่งงานโบราณของชาวไทยมุสลิมย้อนยุคกว่า 70 ปี" ที่ปัจจุบันแทบไม่มีให้เห็นแล้วในไทย!
ความเก๋ของงานนี้เริ่มตั้งแต่ขบวนแห่ขันหมากเลขคี่สุดอลังการ นำขบวนโดย นางสาวดุษฎี พฤกษเศรษฐ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล ร่วมเดินเคียงข้างขบวนหามคานหมากไม้ระกำ ขับกล่อมด้วยเสียงกลองรำมะนาและการร่ายรำรองแง็งสุดคลาสสิก โดยจำลองสตอรี่สุดโรแมนติก “เจ้าบ่าวจากเกาะลิดี ล่องเรือมารับเจ้าสาวฝั่งตะโละใส” ก่อนจะยกขบวนลงเรือไปส่งสะใภ้กันต่อที่เกาะลิดี
งานนี้ นายกิตตพงษ์ แก้วยอดทอง วัฒนธรรมจังหวัดสตูล เนรมิตซุ้มไม้ระกำและทางมะพร้าวโบราณสู่ “เปอรามิน” (หรือบัลลังก์กรามิน) สำหรับพิธี “ตาหนิง” (การนั่งเคียงคู่ของบ่าวสาว) ที่แต่งแต้มด้วยผ้าพับรูปมัสยิดและสัตว์มงคลอย่างประณีต
นายเสกสัน มัชฉา เลขาฯชมรมผู้สูงอายุตำบลปากน้ำ ในฐานะกูรูผู้ร่วมชุบชีวิตประเพณีนี้ เปิดเผยว่า “เด็กสมัยนี้พอพูดถึงแต่งงานโบราณจะนึกภาพไม่ออกเลย เราเลยจำลองวิธีดั้งเดิมเมื่อ 60-70 ปีก่อนมาให้เห็น จุดที่หาดูยากที่สุดคือพิธี 'ตาหนิง' หรือการนั่งเคียงคู่กันบน 'เปอรามิน' (บัลลังก์บ่าวสาว) ซึ่งสมัยโบราณเราไม่มีไฟฟ้า ไม่มีวัสดุโมเดิร์น ต้องใช้ทางมะพร้าวและไม้ระกำในท้องถิ่นมาประดิษฐ์ด้วยมือทั้งหมด"
"นอกจากนี้ในอดีตจะไม่มีรถ ขบวนบ่าวสาวต้องเดินเท้า และมี 'คานหาม' ที่ทำจากไม้ไผ่หรือไม้ระกำบรรจุขนมมงคลและข้าวเหนียวหวาน โดยใช้คนหามถึง 4 คน พร้อมเปิดเครื่องดนตรีโบราณอย่างการ 'ตีทน' คลอไปกับการบรรเลงรองแง็ง ซึ่งบรรยากาศน่ารักและหาดูไม่ได้แล้วในยุคปัจจุบัน” กูรูเสกสัน กล่าวเสริมด้วยรอยยิ้ม
ทางด้าน นางสาวดุษฎี พฤกษเศรษฐ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล ได้กล่าวถึงความสำคัญและเสน่ห์ของงานนี้ว่า “พิธีโบราณแบบนี้หาดูยากมากค่ะ มีไม่กี่จังหวัดในประเทศไทย โดยเฉพาะที่สตูล ความเข้มแข็งของชุมชนในการรักษาวัฒนธรรมนี้คือจุดขายที่จะดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มที่ชอบการท่องเที่ยวเชิงพหุวัฒนธรรม การรักษาประเพณีทำให้ชุมชนมีเสน่ห์ และทำให้ลูกหลานได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์รากเหง้าของตัวเอง”
"จังหวัดสตูลเราชูคอนเซปต์ '3 อ' คือ อาหาร อาภรณ์ และอาคาร ในงานนี้เราดึงอาหารพื้นเมืองเข้ามาอยู่ในพิธี ส่วน 'อาภรณ์' ทุกท่านจะเห็นว่าผู้ร่วมงานพร้อมใจกันแต่งกายด้วย 'ชุดเคบาย่า' (Kebaya) ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนจาก UNESCO ให้เป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ การรวมพลังของชุมชนในวันนี้จะเป็นการต่อยอดและสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจการท่องเที่ยวให้สูงขึ้นอย่างยั่งยืนแน่นอนค่ะ” รองผู้ว่าฯ สตูล กล่าวอย่างมั่นใจ
บอกเลยว่างานนี้ บ้านตะโละใส ไม่ได้มีดีแค่วิวหลักล้าน แต่เป็นหมุดหมายท่องเที่ยว Soft Power วัฒนธรรมที่มีชีวิต ที่คนรุ่นใหม่สายเที่ยว-สายคอนเทนต์ต้องมาเช็คอินและสัมผัสด้วยตาตัวเองสักครั้ง!








