ชายแดนใต้ขยับรับมิติใหม่ด้านสาธารณสุข! จังหวัดสตูลจารึกประวัติศาสตร์หน้าใหม่ ประกาศใช้ “ธรรมนูญสุขภาพประเด็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ในชุมชนมัสยิด ฉบับที่ 1 พ.ศ. 2569” ถือเป็นแห่งแรกของประเทศไทยที่นำหลักศรัทธาทางศาสนาอิสลามมาหลอมรวมเป็นสัญญาประชาคม เพื่อปรับสภาพแวดล้อมและพฤติกรรม หวังลดอัตราผู้ป่วยโรคความดัน เบาหวาน และหลอดเลือดหัวใจ นำร่องเข้มข้นใน 50 มัสยิดทั่วจังหวัด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในพิธีประกาศเจตนารมณ์และลงนามข้อตกลงร่วมกัน (MOU) ณ สำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดสตูล ต.ฉลุง อ.เมืองสตูล มีบุคคลสำคัญเข้าร่วมอย่างคับคั่ง นายดำรงศักดิ์ แก้วดวง รองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล, นายยำอาด ลิงาลาห์ ประธานกรรมการอิสลามประจำจังหวัดสตูล และแกนนำภาคีเครือข่ายสุขภาพ
ด้านสุทธิพงษ์ วสุโสภาพล รองเลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) และสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ร่วมเปิดเผยว่า สถานการณ์โรค NCDs ในชุมชนมัสยิดมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างน่าเป็นห่วง เนื่องจากวิถีชีวิตและพฤติกรรมการบริโภคอาหารดั้งเดิมที่ติดรสหวาน มัน เค็ม รวมถึงวัฒนธรรมการดื่มชา กาแฟ และพฤติกรรม (ขาดการออกกำลังกาย) ธรรมนูญสุขภาพฉบับนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงแค่เศษกระดาษ แต่คือ “สัญญาทางสังคม” ที่จะเปลี่ยนข้อตกลงร่วมกันในระดับจังหวัดไปสู่การปฏิบัติจริงในชุมชนเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
นายดำรงศักดิ์ แก้วดวง รองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล ฝ่ายปกครองส่งสัญญาณชัดเจน ธรรมนูญฉบับนี้ไม่ใช่แค่กระดาษข้อตกลง แต่คือวาระขับเคลื่อนระดับจังหวัดที่ต้องลงลึกถึงฐานราก เพื่อรักษาชีวิตและคุณภาพชีวิตของประชาชน
"เรื่องสุขภาพไม่ใช่เรื่องของคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นเรื่องที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อภาวะเศรษฐกิจของครอบครัวและชุมชนในจังหวัดสตูล วันนี้เราจึงต้องผนึกกำลังทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ท้องถิ่น และผู้นำศาสนา เพื่อผลักดันให้ข้อตกลงร่วมกันนี้ นำไปสู่การปฏิบัติจริงในระดับชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อความสุขและคุณภาพชีวิตที่ดีของพี่น้องประชาชนทุกคนครับ"
นายสุทธิพงษ์ วสุโสภาพล รองเลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) บอกว่า เมื่อฝ่ายปกครองกางพิมพ์เขียว ฝ่ายหนุนเสริมระบบสุขภาพอย่าง สปสช. ก็พร้อมขยายผล เพราะนี่คือการปฏิวัติพฤติกรรมโดยใช้ "สัญญาทางสังคม" ที่มีพลังมากกว่าข้อบังคับใดๆ
"มนุษย์เรามีหน้าที่ต้องดูแลรักษาเกี่ยวกับเรื่องสุขภาพที่ดี เพราะสุขภาพที่สมบูรณ์แข็งแรงย่อมเป็นที่รักยิ่งมากกว่าสุขภาพที่อ่อนแอ ธรรมนูญสุขภาพฉบับนี้จึงไม่ใช่เพียงแค่แผ่นกระดาษ แต่เป็นเพราะ 'สัญญาทางสังคม' ที่ชุมชนร่วมกันกำหนดขึ้น เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของพี่น้องประชาชน และนี่คือสิ่งที่ท้าทายอย่างยิ่งในการขับเคลื่อนนำร่อง 50 มัสยิด เพื่อเปลี่ยนแนวคิดทางศาสนาไปสู่การปฏิบัติจริงที่จะลดความเสี่ยงโรค NCDs ในอนาคตอันใกล้นี้"
อ.อาดุลยาศักดิ์ หมัดหมัน กรรมการอิสลามประจำจังหวัดและคณะทำงานฝ่ายวิชาการ ได้กล่าวถึงความสำคัญของธรรมนูญสุขภาพฉบับนี้อย่างลึกซึ้งว่า “ร่างกายและอวัยวะเป็นสิ่งที่พระองค์อัลลอฮ์ (ซ.บ.) มอบหมายมาให้มนุษย์ดูแลรักษา เราไม่มีสิทธิ์ทำลาย คณะกรรมการอิสลามจึงได้ออกแบบธรรมนูญฉบับนี้ตามหลักการในพระมหาคัมภีร์อัลกุรอานที่ระบุว่า มนุษยชาติต้องบริโภคสิ่งที่เป็น ‘ฮาลาล’ (อนุมัติ) และ ‘ตอยยิบัน’ (มีประโยชน์และคุณค่าทางโภชนาการ) ต่อไปนี้เราจะกินแค่ฮาลาลอย่างเดียวไม่ได้ แต่ต้องเป็นอาหารที่ไม่ก่อให้เกิดโรค ไขมัน หรือความดันด้วย การรักษาตนเองให้แข็งแรงจึงเป็นการสนองเจตนารมณ์ของพระองค์ เพราะผู้ศรัทธาที่เข้มแข็งย่อมเป็นที่รักยิ่งของพระองค์มากกว่าผู้ศรัทธาที่อ่อนแอ”
สำหรับแนวทางการขับเคลื่อนหลังจากนี้ คณะทำงานเตรียมปูพรมสร้างความตระหนักรู้ใน 50 มัสยิดนำร่อง จากทั้งหมด 244 แห่งในจังหวัดสตูล โดยจะใช้กลไกของผู้นำศาสนาในการสื่อสารสาระสำคัญของธรรมนูญสุขภาพผ่าน "คุตบะฮ์" (บทธรรมเทศนา) ในวันศุกร์ เพื่อให้พี่น้องสัปปุรุษตระหนักรู้ตามแบบฉบับของท่านนบี
นอกจากนี้ จะเริ่มกวดขันปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชุมชนผ่าน 3 มาตรการหลัก 1. ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมภาพรวม ขอความร่วมมือร้านอาหารในชุมชนรอบมัสยิดให้ลดรสหวาน มัน เค็ม และเลี่ยงเมนูที่มีความเสี่ยงต่อสุขภาพ 2.สร้างพื้นที่เอื้อต่อสุขภาพ ส่งเสริมกิจกรรมทางกายและการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ 3.ระบบคัดกรองเชิงรุก ประสานหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่เข้าตรวจเช็คสุขภาพและคัดกรองโรคอย่างต่อเนื่องตามสเต็ป
สปสช. และ สช. หวังเป็นอย่างยิ่งว่า “สตูลโมเดล” นี้ จะเป็นต้นแบบสำคัญในการใช้มิติทางศาสนานำทางมิติด้านสุขภาพ ซึ่งจะขยายผลไปยังมัสยิดที่เหลือในจังหวัดสตูล และพัฒนาเป็นโมเดลต้นแบบให้แก่จังหวัดอื่นๆ ในพื้นที่ชายแดนใต้ต่อไป








