กรมการขนส่งทางบกเปิดเผยผลการตรวจสอบกรณีรถบรรทุกขนส่งสินค้าระหว่างประเทศสัญชาติจีนวิ่งนอกเส้นทางที่ได้รับอนุญาตตามความตกลงว่าด้วยการขนส่งข้ามพรมแดนในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (GMS) โดยล่าสุดสำนักงานขนส่งจังหวัดชุมพรร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการตรวจสอบและพบการกระทำผิด ก่อนดำเนินการตามกฎหมาย พร้อมสั่งให้กลับเข้าสู่เส้นทางที่ได้รับอนุญาต
นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า หลังมีกระแสข่าวในสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับรถบรรทุกสัญชาติจีนเข้ามาในพื้นที่จังหวัดชุมพร ซึ่งอยู่นอกเส้นทางที่กำหนดตามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ภายใต้ความตกลง GMS กรมการขนส่งทางบกได้สั่งการให้สำนักงานขนส่งจังหวัดชุมพรเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง
เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 เวลา 19.00 น. นายสมพงษ์ ผิวทอง ขนส่งจังหวัดชุมพร พร้อมผู้ตรวจการขนส่ง บูรณาการร่วมกับเจ้าหน้าที่สถานีตำรวจภูธรหลังสวน นำโดย พ.ต.อ.อภิชาติ ดอกไม้ทอง ผู้กำกับการ สภ.หลังสวน เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.นาสัก และตำรวจทางหลวง ลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณล้งทุเรียนหน้าตลาดเลิศพร หมู่ 4 ตำบลวังตะกอ อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร
จากการตรวจสอบ พบรถบรรทุกหัวลากสัญชาติจีน ยี่ห้อ Scania พร้อมตู้คอนเทนเนอร์ห้องเย็น จอดรอรับผลผลิตทุเรียน โดยมีผู้ขับขี่สัญชาติจีนเป็นผู้แสดงตัวและนำเอกสารประจำตัว รวมทั้งเอกสารการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่
ผลการตรวจสอบพบว่า รถคันดังกล่าวเดินทางเข้าประเทศไทยผ่านด่านศุลกากรเชียงของ จังหวัดเชียงราย เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2569 โดยเอกสารระบุปลายทางเป็นจังหวัดจันทบุรี แต่กลับตรวจพบอยู่ในพื้นที่อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร ซึ่งอยู่นอกเส้นทางที่ได้รับอนุญาตตามความตกลง GMS
ผู้ขับขี่ให้การว่า ขับรถมาตามพิกัดระบบนำทาง (GPS) ที่บริษัทชิปปิ้งแจ้งมา เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหาฐานขับรถบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ออกนอกเส้นทางโดยไม่ได้รับอนุญาต ดำเนินการเปรียบเทียบปรับตามกฎหมาย พร้อมกำชับให้เดินรถเฉพาะเส้นทางที่ได้รับอนุญาต และสั่งให้กลับเข้าสู่เส้นทางดังกล่าวทันที
อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวว่า ความตกลง GMS กำหนดให้รถขนส่งระหว่างประเทศของประเทศสมาชิก ได้แก่ ไทย กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา จีน และเวียดนาม สามารถเดินรถได้เฉพาะด่านและเส้นทางที่กำหนดไว้เท่านั้น เพื่อให้การขนส่งเป็นไปตามกรอบความร่วมมือที่ทุกประเทศตกลงร่วมกัน
ทั้งนี้ กรมการขนส่งทางบกได้กำชับสำนักงานขนส่งจังหวัดทั่วประเทศ โดยเฉพาะพื้นที่แนวระเบียงเศรษฐกิจและแหล่งรวบรวมสินค้าเกษตร ให้เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบรถขนส่งระหว่างประเทศร่วมกับตำรวจทางหลวงและตำรวจในพื้นที่ หากพบการฝ่าฝืนจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามขั้นตอนที่กำหนดต่อไป








