เกษตรกรชาวนาในพื้นที่ อ.พลับพลาชัย จ.บุรีรัมย์ ที่มีนาอยู่ใกล้แหล่งน้ำ ต่างเร่งระดมสูบน้ำใส่นาข้าวของตนเอง เพื่อจะได้มีน้ำหล่อเลี้ยงต้นข้าวที่กำลังเหี่ยวเฉา และเริ่มยืนต้นตาย เนื่องจากประสบปัญหาฝนทิ้งช่วง และแทบไม่มีตกลงมาเลย จนทำให้แหล่งน้ำหลายแห่งเริ่มแห้งขอดลงจนเห็นได้ชัด พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งทำฝนเทียม ชี้หากไม่มีฝนตกลงมาคาดปีนี้ไม่มีข้าวให้เก็บเกี่ยวแน่
เมื่อวันที่ 5 ก.ค.69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากที่กรมอุตุนิยมวิทยา ได้ประกาศเตือนพายุโซนร้อนกำลังแรง ‘ไมสัก’ เคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณประเทศเวียดนามแล้ว ส่งผลให้ประเทศไทยมีฝนตกหนักถึงหนักมาก โดยเฉพาะบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ภาคกลาง และภาคตะวันออก ระหว่างวันที่ 5-6 กรกฎาคมนี้ ทำให้ชาวนาในหลายพื้นที่ต่างตั้งตารอคอย ว่าจะได้มีฝนตกลงมีน้ำหล่อเลี้ยงต้อข้าว ที่กำลังเหี่ยวเฉาและยืนต้นตาย
แต่กลับพบว่าในหลายพื้นที่ของ จ.บุรีรัมย์ มีฝนตกลงมาประปราย ยังไม่พอที่จะมีน้ำขัง และในบางพื้นที่แทบไม่มีฝนตกลงมาเลย ทำให้ส่งผลกระทบกับชาวนา เพราะไม่มีน้ำมาหล่อเลี้ยงให้ต้นข้าว ได้มีการเจริญเติบโตได้ ทั้งกลับต้องมาเหี่ยวเฉา และเริ่มยืนต้นตายไปบ้างบางส่วนแล้ว รวมถึงยังเป็นโรคใบข้าวไหม้อีกด้วย
โดยชาวนาในพื้นที่ของ อ.พลับพลาชัย จ.บุรีรัมย์ ที่กำลังประสบปัญหาดังกล่าว ซึ่งมีที่นาอยู่ใกล้กับแหล่งน้ำตามธรรมชาติ ทั้งลำห้วย หนอง คลอง บึงต่างๆ ต่างนำรถไถนาเดินตาม มาติดตั้งดัดแปลง เป็นเครื่องสูบน้ำ เพื่อเร่งสูบน้ำใส่นาข้าวของตนเอง ให้มีน้ำหล่อเลี้ยงบำรุงไม่ให้ต้นข้าวของตนเองเหี่ยวเฉา และ ให้ต้นข้าวสามารถยืนต้นเจริญเติบโตต่อไปได้ จนกว่าจะมีน้ำฝน หรือพายุฝนเข้ามา
และในขณะเดียวกัน ยังพบว่า แหล่งน้ำตามธรรมชาติ ที่ชาวนาได้สูบน้ำใส่นากันนั้น ก็ได้เริ่มแห้งขอดลงอย่างเห็นได้ชัด จนคาดว่าอาจจะไม่มีน้ำเพียงพอที่จะสูบใส่นาข้าว ซึ่งชาวนาต่างเรียกร้องให้รัฐบาล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งทำฝนเทียม เพื่อให้มีตกลงมาในพื้นที่ หากไม่เช่นนั้นเชื่อว่า ต้นข้าวจะเหี่ยวเฉา แห้งยืนต้นตาย และไม่ได้ผลผลิต
นายสมพร ผะงาตุนัด อายุ 34 ปี ชาวนาบ้านโคกตะเคียน ต.สะเดา อ.พลับพลาชัย จ.บุรีรัมย์ บอกว่า วันนี้เป็นวันแรกที่ตนได้นำรถไถ และท่อสูบน้ำมาสูบน้ำจากลำห้วย ผันเข้านาข้าวจำนวน 8 ไร่ เพื่อให้ต้นข้าวสามารถยืนต้นเจริญเติบโตต่อไปได้ เพราะในพื้นที่ฝนก็ไม่ค่อยตก ถึงจะตกลงมาก็ตกเพียงนิดหน่อย ไม่พอที่จะทำให้มีน้ำขังในนา เพื่อที่จะหล่อเลี้ยงต้นข้าวได้ จึงทำให้ต้นข้าวขาดน้ำและเริ่มยืนต้นตาย รวมทั้งเกิดโรคใบข้าวไหม้ด้วย จึงได้นำรถไถนามาติดตั้งใส่เครื่องสูบน้ำ จากห้วยพลับพลาสูบน้ำจากลำห้วยใส่นาข้าว เพื่อยืดอายุของต้นข้าว ซึ่งมีชาวนาหลายคนต่างสูบน้ำใส่นาข้าวเช่นเดียวกัน จนทำให้ตอนนี้น้ำในลำห้วยก็เริ่มแห้งขอดลงแล้ว จึงอยากให้รัฐบาลได้เร่งทำฝนเทียม เพื่อให้มีฝนตกลงมาในพื้นที่ด้วย ไม่เช่นนั้นเชื่อว่าปีนี้คงอาจะไม่มีข้าวได้เก็บเกี่ยวอย่างแน่นอน ส่วนที่ว่ามีพยากรณ์อากาศว่าจะมีพายุฝนตกลงมา ก็มีฝนตกมาบ้างนิดหน่อย ไม่พอที่จะมีน้ำได้หล่อเลี้ยงต้นข้าว
ด้าน นายโคน การเพียร อายุ 75 ปี ชาวนาบ้านสำโรง ต.สำโรง อ.พลับพลาชัย จ.บุรีรัมย์ บอกว่า ตนมีที่นาเพียง 1 ไร่ ปีนี้ต้องมาประสบปัญหาภัยแล้งจากฝนทิ้งช่วง ทำให้ต้นข้าวเหี่ยวเฉาและเริ่มยืนต้นตายไปบ้างแล้ว จึงอยากให้รัฐบาลเร่งทำฝนเทียม เพื่อให้มีฝนตกลงมาในพื้นที่ เพราะตอนนี้ในพื้นที่แทบไม่มีฝนตกลงมาเลย ถึงจะมีตกก็ตกมาแค่ปรอย ๆ ไม่พอที่จะมีน้ำทำให้ต้นข้าวชุ่มชื่นได้








