ตำรวจ สภ.พุทไธสง จับกุมผู้ต้องหา 2 ราย หลังก่อเหตุวิ่งราวกระเป๋าพ่อค้าพวงมาลัยขาพิการวัย 61 ปี ก่อนนำบัตร ATM ของผู้เสียหายไปกดเงินกว่า 7,200 บาท สารภาพนำเงินไปซื้อยาบ้าแบ่งกันเสพ พร้อมตรวจพบสารเสพติดในร่างกายทั้งคู่
เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2569 พ.ต.ท.อภิภู จูประโคนสุข รองผู้กำกับการสืบสวน สภ.พุทไธสง จ.บุรีรัมย์ พร้อมด้วย พ.ต.ท.ชนะชน ดวงพุทธา สารวัตรสืบสวน สภ.พุทไธสง นำกำลังชุดสืบสวนติดตามจับกุมผู้ต้องหา 2 ราย ได้แก่ นายอภิสิทธิ์ หรือ "สอน" อายุ 31 ปี และ น.ส.ศิรประภา หรือ "เก๋" อายุ 40 ปี ชาว ต.บ้านจาน อ.พุทไธสง จ.บุรีรัมย์ ได้ที่บ้านพักใน ต.บ้านจาน และห้องเช่าหลังสำนักงานสาธารณสุขอำเภอพุทไธสง เจ้าหน้าที่ตรวจยึดของกลาง ได้แก่ รถจักรยานยนต์ฮอนด้า เวฟ 110 ไอ สีแดง-ดำ ทะเบียน 2กจ 2308 บุรีรัมย์ เสื้อผ้าที่ใช้ก่อเหตุ กระเป๋าสะพาย โทรศัพท์มือถือ บัตร ATM และบัตรประจำตัวประชาชนของผู้เสียหาย ก่อนควบคุมตัวไปชี้จุดและทำแผนประกอบคำรับสารภาพ
คดีดังกล่าวสืบเนื่องจากเมื่อเวลาประมาณ 15.30 น. วันที่ 2 กรกฎาคม 2569 ผู้ต้องหาทั้งสองร่วมกันก่อเหตุวิ่งราวกระเป๋าของนายเจริญ อายุ 61 ปี พ่อค้าขายพวงมาลัยผู้พิการขา ขณะเดินขายพวงมาลัยบริเวณสี่แยกโนนชิงไค ต.พุทสง อ.พุทไธสง จ.บุรีรัมย์ ภายในกระเป๋ามีเงินสด โทรศัพท์มือถือ บัตร ATM และเอกสารสำคัญ ทั้งนี้หลังเกิดเหตุ ชุดสืบสวนตรวจสอบกล้องวงจรปิดและรวบรวมพยานหลักฐาน จนทราบตัวผู้ก่อเหตุ ก่อนเข้าจับกุมพร้อมของกลางได้ในช่วงเช้าวันที่ 3 กรกฎาคม
จากการสอบสวน ผู้ต้องหาทั้งสองให้การรับสารภาพว่า ก่อนเกิดเหตุได้เห็นผู้เสียหายนำกระเป๋าวางไว้หน้าตะแกรงรถจักรยานยนต์ จึงวางแผนก่อเหตุ โดยให้นายอภิสิทธิ์ทำทีเข้าไปสอบถามซื้อพวงมาลัย ขณะที่ น.ส.ศิรประภา อาศัยจังหวะเผลอหยิบกระเป๋าแล้วหลบหนี หลังได้ทรัพย์สิน ผู้ต้องหานำเงินสด 500 บาท และใช้บัตร ATM ของผู้เสียหายกดเงินอีก 7,200 บาท ซึ่งมีรหัสผ่านเขียนไว้ในซองบัตร ก่อนนำเงินไปซื้อยาบ้า 15 เม็ด แบ่งเงินกันและเสพยา จากนั้นนำทรัพย์สินบางส่วนไปทิ้งและซุกซ่อนไว้ในบ้านพัก กระทั่งถูกตำรวจติดตามจับกุม
ผลตรวจปัสสาวะพบสารเสพติดในร่างกายของผู้ต้องหาทั้งสองราย เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหา ร่วมกันวิ่งราวทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิดหรือหลบหนี, ร่วมกันนำบัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นไปใช้โดยมิชอบ และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย
พ.ต.ท.อภิภู กล่าวว่า ผู้เสียหายเป็นผู้พิการขาซ้ายจากอุบัติเหตุ แม้ชีวิตจะลำบากและถูกภรรยาทิ้ง แต่ยังประกอบอาชีพสุจริตด้วยการขายพวงมาลัยหาเลี้ยงชีพ กลับถูกคนร้ายฉวยโอกาสก่อเหตุสร้างความสะเทือนใจแก่ประชาชน จากการตรวจสอบประวัติพบว่า นายอภิสิทธิ์เคยต้องโทษคดีค้ามนุษย์ ส่วนน.ส.ศิรประภาเคยต้องโทษคดียักยอกทรัพย์ และทั้งสองยังเกี่ยวข้องกับยาเสพติด จึงขอฝากเตือนประชาชนให้เก็บทรัพย์สินมีค่าไว้กับตัว ไม่ควรวางไว้บนรถหรือในจุดที่หยิบฉวยได้ง่าย เพื่อป้องกันการตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ








