ผู้เสียหายหอบหลักฐานสลิปโอนเงิน รูปถ่ายขณะจ่ายเงินสด สัญญาเงินกู้ แชทสนทนา โร่แจ้งจับสถาบันติวเตอร์ดัง ที่บุรีรัมย์ หลอกเรียกรับเงินอ้างมีเส้นสาย ทั้งใช้เทคนิคกลโกงหลายรูปแบบ เพื่อช่วยให้สอบผ่านบรรจุรับราชการหลายหน่วยงานได้ ด้าน ประธานชมรมจิตอาสาช่วยเหลือสังคมเผย มีเหยื่อหลายจังหวัดถูกหลอกเกือบ 100 ราย สูญเงินรวมหลายล้าน
วันที่ 2 ก.ค.69 นายธนวัฒน์ นะรีรัมย์ ประธานชมรมจิตอาสาช่วยเหลือสังคม ได้พาผู้เสียหาย พร้อมหลักฐานสลิปการโอนเงิน รูปถ่ายขณะจ่ายเงินสด สัญญาเงินกู้ แชทสนทนา ทยอยเข้าแจ้งความร้องทุกข์ที่ สภ.เมืองบุรีรัมย์ ให้เอาผิดกับสถาบันติวเตอร์แห่งหนึ่ง ในจังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งมีทั้งอดีตข้าราชการครูและระดับผู้บริหารร่วมขบวนการด้วย หลังมีพฤติกรรมหลอกเรียกรับเงินผู้เสียหาย
โดยอ้างว่า สามารถช่วยเหลือให้สอบผ่าน บรรจุเข้ารับราชการในตำแหน่งต่างๆ ทั้งสังกัดกระทรวงศึกษา กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงเกษตร กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และอีกหลายหน่วยงานได้ โดยจะมีการเรียกเก็บเงิน รายละ 150,000 – 300,000 บาท โดยอ้างว่า มีเส้นสายรู้จักคนใหญ่คนโตภายในที่สามารถทำให้สอบผ่านและได้รับบรรจุเข้าทำงานได้
โดยใช้กลอุบายหลอกให้ทำสัญญาเงินกู้เพื่อให้เหยื่อตายใจยอมจ่ายเงิน แต่พอเหยื่อหลงเชื่อจ่ายเงินให้แล้ว ก็จะแจ้งให้ไปสอบตามสนามสอบที่เปิดในช่วงนั้นๆ แล้วก็ใช้เทคนิคกลโกงในรูปแบบต่างๆ เช่น เข้าไปนั่งสอบด้วยแล้วส่งซิกให้ผู้เข้าสอบจริง บางคนก็จะให้ติดอุปกรณ์เพื่อส่งสัญญาณคำตอบให้ ซึ่งสถาบันติวเตอร์แห่งนี้ มีพฤติการณ์หลอกลวงในลักษณะนี้ มาตั้งแต่ปี 2564 จนถึงปัจจุบัน มีผู้เสียหายถูกหลอกแล้วร่วม 100 ราย สูญเงินไปรวมจำนวนหลายล้านบาท แต่ผู้กระทำผิดก็ยังลอยนวล
จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการเอาผิดกับสถาบันติวเตอร์ดังกล่าว และนำเงินที่ถูกหลอกคืนให้ผู้เสียหายด้วย เพราะแต่ละคนต้องกู้ยืมเงิน หรือเอารถเข้าไฟแนนซ์ เพื่อหาเงินมาจ่าย เพราะหวังว่าจะได้ทำงานราชการที่มั่นคง มีสวัสดิการที่สามารถดูและครอบครัวได้
น.ส.อร (นามสมมติ) อายุ 47 ปี ผู้เสียหายชาว จ.บุรีรัมย์ เล่าว่า ก่อนหน้านี้เป็นครูอัตราจ้าง ที่โรงเรียนแห่งหนึ่ง ได้เงินเดือน 9,000 บาท ไม่มีสวัสดิการอื่นมีแค่ประกันสังคม ด้วยความที่อยากมีงานมั่นคงมีสวัสดิการที่สามารถช่วยเหลือครอบครัวได้ จึงมีคนแนะนำไปลองไปสอบพนักงานราชการ จึงตัดสินใจไปติวกับสถาบันติวเตอร์ดังกล่าวตามคำแนะนำ เสียค่าติว 15,000 บาท พอจบคอร์ส เจ้าของสถาบันติวเตอร์ก็ชักชวนมาโน้มน้าวว่า อยากสอบผ่าน เข้ารับราชการเลยหรือไม่ โดยเขาอ้างว่า มีเส้นสายรู้จักคนใหญ่คนโต สามารถช่วยให้เข้ารับราชการได้ แต่ต้องจ่ายเงินเพิ่ม 150,000 บาท
ทั้งหลอกว่า ถ้าไม่เชื่อใจก็ทำเป็นสัญญาเงินกู้ไว้ หากไม่ได้ก็สามารถเอาสัญญาเงินกู้ไปฟ้องร้องได้ ตอนแรกก็ลังเลแต่คิดไปคิดว่าตอนนั้นก็อายุ 42 ปีแล้ว หากได้บรรจุเป็นพนักงานราชการก็จะได้เงินเดือนสูงถึง 18,000 บาท มีสวัสดิการที่มั่นคงดูแลครอบครัวได้ จึงหลงเชื่อยอมจ่ายเงินไป โดยนำรถยนต์เข้าไฟแนนซ์เพื่อเอามาจ่าย
จากนั้น พอมีการเปิดสอบบรรจุ เขาก็จะแจ้งให้ไปสอบแต่ต้องออกค่าใช้จ่ายเอง โดยติวเตอร์ก็จะเข้าไปสอบด้วย โดยก่อนจะเข้าสอบเขาก็จะนัดให้ไปติววิธีการส่งซิกหรือสัญญาณต่างๆ ก่อน แต่พอเข้าสอบจริงบางสนามไม่ได้นั่งใกล้กัน สรุปแล้วก็ต้องไปตระเวนสอบเองถึง 4 ครั้ง แต่สุดท้ายก็ไม่ผ่านและไม่ได้บรรจุตามที่เขากล่าวอ้างว่าจะช่วยได้ พอไปทวงเงินคืนก็บ่ายเบี่ยงหลบเลี่ยงจนต้องให้ทนายฟ้องแพ่ง แต่ก็ทยอยจ่ายให้แค่ 40,000 บาท ยังค้างอยู่อีก 110,000 บาท
"ตอนนี้เดือดร้อนมาก เพราะต้องไปทำงานรายวัน เพื่อหาเงินใช้หนี้ไฟแนนซ์ อยากให้ตำรวจดำเนินคดีกับสถาบันติวเตอร์และผู้ร่วมขบวนการด้วย ไม่อยากให้ไปหลอกลวงคนอื่นอีก"
ด้าน น.ส.หมิว (นามสมมติ) อายุ 38 ปี ผู้เสียหายจาก จ.สุรินทร์ บอกว่า ปกติทำงานเป็นลูกจ้างเหมาบริการ อยู่ อบต.แห่งหนึ่ง เงินเดือน 7,000 บาท ไม่มีสวัสดิการอะไรเลย เมื่อปี 2565 มีคนรู้จักแนะนำให้ลองสอบบรรจุ จะได้มีงานและสวัสดิการที่มั่นคง จากนั้นก็มีนายหน้ามาติดต่อให้ไปที่สถาบันติวเตอร์แห่งนี้ โดยเขาหลอกว่า ถ้าจ่ายเงิน 100,000 บาท จะช่วยให้บรรจุเป็นพนักงานราชการ หรือข้าราชการได้ ก็หลงเชื่อเอารถเข้าไฟแนนซ์นำเงินสดไปจ่ายให้ แต่พอจ่ายเงินแล้วเขาก็พาไปสอบก็ที่ส่งทีมงานเขาไปสมัครสอบด้วย เพื่อส่งซิกคำตอบในห้อง แต่บางสนามลำดับไม่ได้ใกล้กันก็ไม่สามารถส่งซิกได้ สอบแล้ว 2 ครั้ง ก็ไม่เห็นได้บรรจุจริงตามที่เขาหลอก จึงได้มาแจ้งความดำเนินคดี และอยากได้เงินคืน
ขณะที่ นายธนวัฒน์ ประธานชมรมจิตอาสาช่วยเหลือสังคม กล่าวว่า ล่าสุดมีผู้เสียหายที่ถูกสถาบันติวเตอร์แห่งหนึ่งหลอกเรียกรับเงิน อ้างว่าจะช่วยให้บรรจุเป็นราชการหน่วยงานต่างๆ ได้ แต่สุดท้ายไม่ได้จริง รวมแล้วเกือบ 100 ราย กระจายในหลายจังหวัด รวมมูลค่าความเสียหายหลายล้าน
เบื้องต้นก็ได้ทยอยพาผู้เสียหายเข้าแจ้งความ เพื่อดำเนินคดีกับสถาบันแห่งนี้และผู้ร่วมขบวนการ และส่วนหนึ่งก็จะรวบรวมหลักฐานยื่นฟ้องตรงต่อศาลเพื่อเรียกเงินคืนด้วย
สำหรับพฤติการณ์ของขบวนการดังกล่าว ก็จะมีการส่งนายหน้าไปติดต่อบุคคลที่สนใจจะสอบบรรจุ แล้วก็จะหลอกว่ารู้จักคนใหญ่คนโตมีเส้นสายให้สามารถช่วยเหลือสอบผ่านและบรรจุได้ ทั้งใช้กลอุบายหลอกผู้เสียหายที่ลังเลให้ทำสัญญาเงินกู้เพื่อให้ตายใจ แต่พอเหยื่อหลงเชื่อกลับไม่ได้เข้าบรรจุจริงตามที่อ้าง แต่กลับไปตระเวนสอบตามสนามสอบต่างๆ แล้วใช้กลวิธีเข้าไปนั่งสอบด้วย แล้วก็จะส่งซิกคำตอบให้ บางครั้งก็อ้างว่าได้กระดาษคำตอบมา หากใครสนใจต้องจ่ายเงินเพื่อแลกเฉลยคำตอบ แต่พอเข้าไปสอบจริงก็ไม่เป็นตามที่อ้าง ทำให้เหยื่อสูญเสียเงิน








