สำนักงานเกษตรจังหวัดสตูล จับมือคณะทำงานฯ ลงพื้นที่ตรวจประเมินแปลงปลูก "กระท้อนนาปริกสตูล" ในพื้นที่ อ.ควนโดน และ อ.ควนกาหลง คัดกรองเข้มตามมาตรฐานสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ประจำปี 2569 มุ่งรักษาอัตลักษณ์ผลผลิต เนื้อหนานุ่ม หวานอมเปรี้ยว กลิ่นหอมเฉพาะตัว เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคและเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน
วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานเกษตรจังหวัดสตูล พร้อมด้วยคณะทำงานตรวจสอบควบคุมคุณภาพและแหล่งที่มาของสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) “กระท้อนนาปริกสตูล” ตลอดจนหัวหน้าส่วนราชการ และเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกันลงพื้นที่ตรวจสอบแปลงผลิตของเกษตรกรผู้ยื่นขอรับรองเครื่องหมายสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ประจำปี 2569 ในพื้นที่อำเภอควนโดนและอำเภอควนกาหลง จังหวัดสตูล เพื่อพิจารณาคุณภาพผลผลิต แหล่งที่มา และกระบวนการผลิตให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนดอย่างเคร่งครัด
การลงพื้นที่ในครั้งนี้ เป็นการดำเนินงานตามมติที่ประชุมคณะทำงานฯ ซึ่งกำหนดแผนการตรวจประเมินผู้ผลิตและผู้ประกอบการค้าสินค้า GI ระหว่างวันที่ 1 – 2 กรกฎาคม 2569 โดยคณะทำงานได้กระจายกำลังเข้าตรวจสอบแปลงปลูกกระท้อนของเกษตรกรเป้าหมายในพื้นที่ ตำบลควนโดน ตำบลควนสตอ และตำบลบ้านควน อำเภอควนโดน รวมถึงพื้นที่ตำบลทุ่งนุ้ย อำเภอควนกาหลง รวมทั้งสิ้น 7 แปลง คิดเป็นพื้นที่รวม 2.10 ไร่ ซึ่งเกษตรกรส่วนใหญ่ปลูกกระท้อนพันธุ์ปุยฝ้าย อันเป็นพันธุ์เด่นที่ได้รับการรับรองและเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของ “กระท้อนนาปริกสตูล”
รายงานระบุว่า คณะทำงานได้ทำการตรวจสอบอย่างละเอียด ตั้งแต่ข้อมูลประวัติแปลงปลูก สภาพพื้นที่เพาะปลูก วิธีการดูแลรักษา การจัดการสวน คุณภาพของผลผลิต ตลอดจนความสอดคล้องกับข้อกำหนดของสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าผลผลิตทุกแปลงมีคุณภาพตามมาตรฐานและมีแหล่งกำเนิดอยู่ในพื้นที่ที่กำหนดจริง นอกจากนี้ ยังได้ร่วมพบปะแลกเปลี่ยนความคิดเห็น รับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะจากเกษตรกรโดยตรง เพื่อนำข้อมูลไปใช้ในการพัฒนาและยกระดับมาตรฐานการผลิตให้ดียิ่งขึ้นในอนาคต
สำหรับ “กระท้อนนาปริกสตูล” ถือเป็นสินค้าเกษตรอัตลักษณ์สำคัญของจังหวัดสตูล ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) มีคุณลักษณะเด่นคือ ผลขนาดใหญ่ เนื้อหนานุ่ม รสชาติหวานอมเปรี้ยว และมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว ซึ่งการตรวจสอบและรับรองมาตรฐานในครั้งนี้ ถือเป็นกลไกสำคัญในการรักษาชื่อเสียงของสินค้า สร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภคในการเลือกซื้อผลผลิตที่มีคุณภาพอย่างแท้จริง อีกทั้งยังช่วยเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ และส่งเสริมรายได้ให้แก่เกษตรกรและผู้ประกอบการในพื้นที่จังหวัดสตูลได้อย่างยั่งยืนต่อไป








