“ปรเมศวร์” ควง 2 ว่าที่รองนายกฯ นำทีม ว่า สม.เขต 3 ข้ามฝั่ง ขอบคุณชาวเกาะล้าน หลังเรารักพัทยาคว้าชัยยกทีม ลุยแก้น้ำประปา ด้วยระบบ RO ดันกำลังผลิตเพิ่มถึง 3,000 ลบ.ม./วัน
นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ ว่าที่นายกเมืองพัทยา พร้อมด้วย นายมาโนช หนองใหญ่ ว่าที่รองนายกเมืองพัทยา นายดำรงค์เกียรติ พินิจการ ว่าที่รองนายกเมืองพัทยา และว่าที่สมาชิกสภาเมืองพัทยา (สม.) กลุ่ม “เรารักพัทยา” เขต 3 เดินทางข้ามฝั่งขึ้นเกาะล้าน เพื่อขึ้นขบวนรถแห่ขอบคุณพี่น้องประชาชน ภายหลังผลการนับคะแนนเลือกตั้งสมาชิกสภาเมืองพัทยาและนายกเมืองพัทยาอย่างไม่เป็นทางการ ซึ่งปรากฏว่า นายปรเมศวร์ได้รับความไว้วางใจจากประชาชนให้กลับมาดำรงตำแหน่งนายกเมืองพัทยาอีก 1 สมัย ขณะที่ผู้สมัครสมาชิกสภาเมืองพัทยาในนามกลุ่ม “เรารักพัทยา” ได้รับชัยชนะแบบยกทีมครบทั้ง 4 เขต
ก่อนขึ้นรถแห่ นายปรเมศวร์ พร้อมด้วยคณะกลุ่ม “เรารักพัทยา” เขต 3 ได้เข้าสักการะศาลเจ้าแม่ชีวิต สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่เกาะล้าน เพื่อความเป็นสิริมงคล ก่อนขึ้นขบวนรถแห่พบปะประชาชนและกล่าวขอบคุณทุกคะแนนเสียงที่มอบความไว้วางใจให้กับทีมงาน
บรรยากาศตลอดเส้นทางเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนและนักท่องเที่ยวออกมาโบกมือทักทาย ร่วมแสดงความยินดี และให้กำลังใจอย่างต่อเนื่อง โดยนายปรเมศวร์และทีมงานได้กล่าวขอบคุณทุกคะแนนเสียง พร้อมยืนยันว่าจะเดินหน้าทำงานอย่างเต็มกำลัง เพื่อพัฒนาเมืองพัทยาและเกาะล้านให้มีความเจริญก้าวหน้า ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และผลักดันนโยบายที่ให้คำมั่นไว้ให้เกิดผลเป็นรูปธรรมโดยเร็ว
นายปรเมศวร์ เปิดเผยว่า ภายหลังได้รับการรับรองผลการเลือกตั้งและเข้าบริหารเมืองพัทยาในสมัยที่ 2 จะเร่งเดินหน้าแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำประปาบนเกาะล้านอย่างจริงจัง โดยก่อนหมดวาระที่ผ่านมา เมืองพัทยาได้เริ่มดำเนินการจัดทำร่างขอบเขตของงาน (TOR) สำหรับโครงการเพิ่มกำลังการผลิตน้ำประปาจากระบบผลิตน้ำจืดด้วยเทคโนโลยีรีเวิร์สออสโมซิส (Reverse Osmosis : RO) เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตจากปัจจุบันประมาณ 400 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน เป็น 1,000–3,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน ภายใต้รูปแบบการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPP) ระยะเวลาสัมปทานประมาณ 25 ปี
โครงการดังกล่าวจะช่วยลดอัตราค่าน้ำประปา จากปัจจุบันที่ประชาชนจ่ายเฉลี่ยกว่า 70 บาทต่อลูกบาศก์เมตร เหลือประมาณ 55 บาทต่อลูกบาศก์เมตร ส่วนอัตราสำหรับผู้ประกอบการจะอยู่ที่ประมาณ 70 บาทต่อลูกบาศก์เมตร ช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชนและลดต้นทุนของภาคธุรกิจบนเกาะล้านได้อย่างเป็นรูปธรรม
ทั้งนี้ ก่อนหมดวาระการบริหารที่ผ่านมา โครงการอยู่ระหว่างการจัดทำ TOR และเตรียมเสนอสำนักงานอัยการเพื่อตรวจสอบร่างสัญญาให้เกิดความเป็นธรรมกับทั้งภาครัฐและเอกชน เนื่องจากเป็นโครงการในรูปแบบ PPP ที่เอกชนจะเป็นผู้ลงทุนและได้รับผลตอบแทนตามเงื่อนไขของสัญญา โดยเมื่อเข้ามาบริหารงานในสมัยที่ 2 จะเร่งติดตามความคืบหน้าของโครงการอย่างใกล้ชิด เพื่อผลักดันให้เดินหน้าตามแผนโดยเร็ว
นายปรเมศวร์ กล่าวว่า ปัจจุบันเกาะล้านมีความต้องการใช้น้ำเฉลี่ยวันละประมาณ 1,000–1,500 ลูกบาศก์เมตร ขึ้นอยู่กับฤดูกาลและจำนวนนักท่องเที่ยว ขณะที่กำลังการผลิตในปัจจุบันอยู่ที่เพียง 400 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน จึงไม่เพียงพอต่อความต้องการ หากโครงการใหม่แล้วเสร็จและสามารถเพิ่มกำลังการผลิตเป็น 1,000–3,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน จะสามารถรองรับความต้องการใช้น้ำได้อย่างเพียงพอในระยะยาว
นอกจากนี้ ยังต้องดำเนินการขยายระบบท่อส่งน้ำเพิ่มเติม เพื่อให้ครอบคลุมพื้นที่ที่ยังเข้าไม่ถึง พร้อมแสดงความเชื่อมั่นว่า สถานการณ์น้ำประปาบนเกาะล้านจะดีขึ้นอย่างแน่นอน เนื่องจากปัจจุบันประชาชนส่วนใหญ่มีการสำรองน้ำไว้ใช้ในช่วงฤดูฝน ทั้งจากบ่อน้ำและแหล่งกักเก็บน้ำของตนเอง หากโครงการสามารถดำเนินการได้ตามแผน จะช่วยให้มีน้ำเพียงพอสำหรับการอุปโภคบริโภคและรองรับการเติบโตของการท่องเที่ยวในอนาคต
นายปรเมศวร์ กล่าวทิ้งท้ายว่า การแก้ไขปัญหาน้ำประปาบนเกาะล้านจะเป็นหนึ่งในนโยบายหลักของการบริหารงานตลอด 4 ปีข้างหน้า โดยตั้งเป้าหมายให้ปัญหาดังกล่าวได้รับการแก้ไขอย่างยั่งยืน หลังจากในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา เมืองพัทยาได้ผลักดันโครงการสำคัญบนเกาะล้านสำเร็จหลายด้าน ทั้งการก่อสร้างหลังคาคลุมท่าเรือแหลมบาลีฮาย การจัดตั้งจุดรับแจ้งความของตำรวจ การติดตั้งระบบกล้องวงจรปิดเพื่อยกระดับความปลอดภัย การพัฒนาถนน ระบบศูนย์บำบัดน้ำเสีย และการก่อสร้างเตาเผาขยะ ซึ่งล้วนเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและสนับสนุนการท่องเที่ยวบนเกาะล้านอย่างต่อเนื่อง








