พม.อุดรธานี ร่วมตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งช่วยเหลือเด็กหญิงวัย 7 ขวบ หลังถูกแม่ที่ตั้งครรภ์และมีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติดทำร้ายร่างกาย ก่อนส่งตัวแม่เข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษา
เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สถานีตำรวจภูธรบ้านเทื่อม อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี เจ้าหน้าที่สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดอุดรธานี (พมจ.) บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดอุดรธานี ตำรวจ สภ.บ้านเทื่อม และคณะกรรมการ กต.ตร. ร่วมประชุมหาแนวทางช่วยเหลือครอบครัวหนึ่งในพื้นที่บ้านน้อยนาสี ต.เขือน้ำ หลังชาวบ้านร้องเรียนว่า น.ส.น้อย อายุ 37 ปี ซึ่งกำลังตั้งครรภ์ประมาณ 3-4 เดือน มีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติด และก่อเหตุทำร้ายร่างกายลูกสาววัย 7 ขวบ นักเรียนชั้น ป.1 เป็นประจำ นางจิต อายุ 56 ปี ผู้เป็นแม่ของ น.ส.น้อย ได้นำคลิปวิดีโอที่หลานชายแอบบันทึกไว้มาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ ซึ่งเป็นภาพขณะ น.ส.น้อย ใช้เท้าถีบลูกสาววัย 7 ขวบจนกระเด็น สร้างความสะเทือนใจแก่ผู้ที่รับชม
นางจิต เปิดเผยว่า ลูกสาวติดยาเสพติดมาหลายปี หลังสามีเสียชีวิตและได้รับเงินประกันชีวิตประมาณ 180,000 บาท แต่กลับนำเงินทั้งหมดไปซื้อยาเสพติดจนหมด เหลือให้ครอบครัวเพียง 10,000 บาท ปัจจุบันมีอาการเสพติดอย่างหนัก ไม่สามารถประกอบอาชีพได้ และมักข่มขู่ขอเงินจากแม่เพื่อนำไปซื้อยา นอกจากนี้ ลูกสาวกำลังตั้งครรภ์ประมาณ 3-4 เดือน โดยไม่ทราบว่าบิดาของเด็กเป็นใคร เคยฝากครรภ์เพียงครั้งเดียวก่อนขาดการรักษา ทำให้ครอบครัวกังวลทั้งสุขภาพของแม่และทารกในครรภ์ พร้อมอยากให้เจ้าหน้าที่นำตัวเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษาโดยเร็ว
นางจิต กล่าวว่า ปัจจุบันมีสมาชิกในบ้านรวม 7 คน ประกอบด้วยตา ยาย และหลาน 4 คน อายุระหว่าง 7-16 ปี ภาระทั้งหมดตกอยู่กับตนและสามี ทั้งที่ตนป่วยเป็นโรคไต ต้องฟอกไตเป็นประจำ ขณะที่ลูกสาวไม่เคยได้รับการบำบัดรักษาหรือถูกดำเนินคดีเกี่ยวกับยาเสพติดมาก่อน ก่อนหน้านี้เพียง 2-3 วัน น.ส.น้อยเกิดอาการคลุ้มคลั่ง ใช้เท้าถีบลูกสาวตกบันไดถึง 2 ครั้ง และใช้ไฟลนที่นิ้วมือเด็กจนได้รับบาดเจ็บ ครอบครัวจึงไม่สามารถรับมือได้อีก และตัดสินใจร้องขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานภาครัฐ
อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบบ้านพักในหมู่ 6 ต.เขือน้ำ พบสภาพบ้านเก่าทรุดโทรม ไม่ถูกสุขลักษณะ โดยทราบว่า น.ส.น้อย ออกไปหาเก็บหน่อไม้ในป่าห่างจากบ้านประมาณ 2 กิโลเมตร เจ้าหน้าที่จึงติดตามตัว ก่อนใช้เวลาพูดคุยทำความเข้าใจและชักชวนให้เข้ารับการรักษา โดยแจ้งว่าจะพาไปตรวจสุขภาพและดูแลลูกในครรภ์
แม้ช่วงแรก น.ส.น้อย จะมีท่าทีลังเลและไม่ยินยอม แต่หลังเจ้าหน้าที่เกลี้ยกล่อมก็ยอมขึ้นรถแต่โดยดี ก่อนถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี เพื่อเข้าสู่กระบวนการตรวจรักษาและบำบัดยาเสพติดต่อไป
ด้าน น.ส.ฐิติมาพร สมบัติบูรณ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนที่เด็กหญิงวัย 7 ขวบศึกษาอยู่ เปิดเผยว่า เด็กเป็นนักเรียนชั้น ป.1 ที่ร่าเริงและชอบมาโรงเรียน แม้ในวันหยุด แต่เมื่อทราบว่าแม่ติดยาเสพติด โรงเรียนต้องยกเลิกการให้ค่าตอบแทนจากการช่วยเก็บขยะ เพราะแม่จะยึดเงินไปซื้อยา จึงเปลี่ยนเป็นจัดอาหาร ข้าว ไข่ต้ม บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และปลากระป๋องให้เด็กนำกลับบ้านแทน
ครูยังพบว่า เด็กมีร่องรอยฟกช้ำตามร่างกาย มาโรงเรียนสายผิดปกติ บางวันคุณยายต้องพามาส่งในช่วงเที่ยง เมื่อสอบถามจึงทราบว่าแม่กักตัวไว้ไม่ให้มาเรียน เพื่อให้ช่วยงานในบ้าน ทั้งที่เด็กอยากมาโรงเรียน เพราะรู้สึกปลอดภัยและได้อิ่มท้อง ต่อมาครูยังพบว่า เด็กถูกใช้ไฟลนมือ และมีบาดแผลจากของมีคมบริเวณขา จึงรีบประสานกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าช่วยเหลือ พร้อมเสนอให้ย้ายเด็กไปเรียนโรงเรียนประจำเช่นเดียวกับพี่ชาย เพื่อให้ได้รับการดูแลและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ขณะที่เด็กหญิงวัย 7 ขวบ ได้บอกกับครูทั้งน้ำตาว่า "หนูอยากไปอยู่กับพี่ชาย" เพื่อหลุดพ้นจากสภาพแวดล้อมที่ต้องเผชิญอยู่ในปัจจุบัน
เจ้าหน้าที่ระบุว่า หลังจากนี้จะดำเนินการช่วยเหลือทั้งด้านการบำบัดรักษาแม่ การคุ้มครองสวัสดิภาพเด็ก และติดตามดูแลครอบครัวอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เด็กได้รับความปลอดภัยและมีคุณภาพชีวิตที่เหมาะสมต่อไป








