วันที่ 30 มิ.ย.2569 อาคารรัฐสภา นายวัชระพล ขาวขำ รมช.เกษตรและสหกรณ์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ส่งทีมลงพื้นที่สำนักงานองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) จังหวัดปทุมธานี ตรวจสอบปัญหานมหมดอายุค้างสต็อก กว่า 2.4 ล้านหีบ หรือประมาณ 94 ล้านกล่อง ของ อ.ส.ค. ที่เป็นยอดสะสมตั้งแต่เดือนพ.ย. 2568 - พ.ค. 2569 เนื่องจากประสบปัญหาสภาพคล่องขาดทุนสะสม ว่า ในอดีตนมของอ.ส.ค. ยี่ห้อไทยเดนมาร์กแบ่งเป็น 3 โซน คือ โซนเหลือง โซนแดงและโซนเขียว ซึ่งแบ่งเป็นนมที่หมดอายุแล้ว ใกล้หมดอายุและยังอยู่ได้อีกนาน เนื่องจากอ.ส.ค. ประสบปัญหาขาดทุนมาหลายปี นมในสต๊อกคงคลังยังเหลืออยู่เยอะ ดังนั้นนมที่หมดอายุเรานำไปใช้ประโยชน์ได้หลายอย่าง เช่น การทำปุ๋ยให้กับกรมการข้าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แต่เนื่องจาก อ.ส.ค. ได้รายงานตนว่านมที่หมดอายุต้องมีค่าใช้จ่ายในการกำจัด หรือขนย้ายนำไปทิ้ง เพื่อให้เกิดประโยชน์ทางผู้บริหารอ.ส.ค. อยากนำนมที่หมดอายุมาใช้ประโยชน์มากกว่า แต่ไม่ใช่เป็นการนำไปขายให้ผู้บริโภค
นายวัชระพล กล่าวต่อว่า ในฐานะที่ตนกำกับดูแลอ.ส.ค. ในส่วนของน้ำนมดิบที่เรารับในตัวเอ็มโอยู ปัจจุบันเรารับเกินจากเอ็มโอยู 400 ตันต่อวัน แต่ที่เราใช้บริโภคที่ออกไปทั้งขายและโควตานมโรงเรียนประมาณ 300 กว่าตัน ก็ยังมีช่องว่างที่เราต้องรับมาเพิ่มประมาณ 80 ตัน ซึ่งในส่วนนี้จะนำไปใส่ใน UHT และนำเข้าสต๊อกตามกระบวนการก็จะวนอยู่แบบนั้น โดยปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กำลังทบทวนเรื่องการปรับปรุงเอ็มโอยู แต่ต้องไม่ให้กระทบกับเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม อย่างไรก็ตามถ้าหาก อ.ส.ค. เดินหน้าต่อไปได้เกษตรกรก็เดินต่อไปได้เช่นกัน ย้ำว่ากระทรวงกำลังเร่งดำเนินการไม่ให้เกิดผลกระทบกับเกษตรกรแน่นอน








