รมช.มหาดไทย ลุยชุมพรรับฟังปัญหาประชาชนและท้องถิ่น ทั้งน้ำกัดเซาะตลิ่ง ที่ดินทำกิน แหล่งน้ำขนาดใหญ่ และโครงสร้างพื้นฐาน พร้อมเร่งผลักดันหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและการพัฒนาจังหวัดในระยะยาว
วันที่ 22 มิ.ย.69 นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่จังหวัดชุมพร ณ โรงแรมมรกตฯ อำเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพร โดยมี รองผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร พร้อมด้วยนายวิชัย สุดสวาสดิ์ สส.ชุมพร เขต 1 นายกิตติศักดิ์ พรหมรัตน์ สส.เขต 2 นายสุพล จุลใส สส.เขต 3 พรรคภูมิใจไทย นายนพพร อุสิทธิ์ นายก อบจ.ชุมพร และนายศรีชัย วีระนรพานิชย์ นายกเทศมนตรีเมืองชุมพร ให้การต้อนรับ เพื่อรับฟังปัญหาจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน และประชาชน พร้อมติดตามปัญหาสำคัญทั้งเรื่องงบพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การท่องเที่ยว การจัดการน้ำ ปัญหาที่ดินทำกิน และการกัดเซาะตลิ่งริมคลอง ซึ่งส่งผลกระทบต่อประชาชนในหลายพื้นที่ของจังหวัด
การลงพื้นที่ครั้งนี้ได้รับความสนใจจากผู้นำท้องถิ่นและประชาชนจำนวนมาก เนื่องจากหลายปัญหาเป็นเรื่องเรื้อรังที่รอการแก้ไขมานาน โดยรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยได้ย้ำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งติดตามและผลักดันแนวทางแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ ในการประชุมรับฟังปัญหาท้องถิ่น ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหลายแห่งได้สะท้อนปัญหาสำคัญต่อรัฐมนตรีโดยตรง นายกเทศมนตรีตำบลวังใหม่ ได้ทักท้วงกรณีงบประมาณก่อสร้างถนนวงเงิน 9.9 ล้านบาท ที่ยังมีความล่าช้า ซึ่งนายวรศิษฎ์ได้รับปากว่าจะติดตามความคืบหน้าให้
ขณะที่นายกเทศมนตรีตำบลปากน้ำชุมพร ได้เสนอขอรับการสนับสนุนงบประมาณท่าเทียบเรือเกาะเสม็ด ก่อสร้างโครงการสกายวอล์กและทางเดินรอบเขามัทรี เพื่อยกระดับแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัด โดยรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยได้แนะนำให้จัดทำรายละเอียดโครงการและส่งเรื่องผ่านสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดเพื่อดำเนินการตามขั้นตอน
ด้านนายกองค์การบริหารส่วนตำบลบางมะพร้าว ได้สะท้อนปัญหาน้ำทะเลกัดเซาะชายฝั่ง การรุกล้ำของน้ำเค็มเข้าสู่พื้นที่เกษตรกรรม รวมถึงปัญหาพื้นที่ราชพัสดุป่าพรุป่าเสม็ดกว่า 2,000 ไร่ ที่ยังรอการแก้ไขอย่างจริงจัง พร้อมทั้งร้องเรียนปัญหาน้ำเสียจากฟาร์มเลี้ยงกุ้งที่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่บางมะพร้าวและตำบลนาพญา
ต่อมาเวลา 13.10 น. นายวรศิษฎ์ พร้อมด้วยนายกิตติภพ รอดดอน รองผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร หัวหน้าส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และผู้นำชุมชน ลงพื้นที่บ้านนาป่าตอ หมู่ 6 ตำบลหาดพันไกร อำเภอเมืองชุมพร เพื่อติดตามปัญหาการกัดเซาะตลิ่งริมคลองท่าตะเภา และสำรวจโครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งต่อเนื่องจากแนวเขื่อนเดิม
จากข้อมูลในพื้นที่ พบว่าก่อนหน้านี้มีบ้านเรือนประชาชนถูกน้ำกัดเซาะได้รับความเสียหายไปแล้ว 2 หลัง และขณะนี้ตลิ่งยังคงถูกน้ำกัดเซาะอย่างต่อเนื่อง จนบ้านอีก 1 หลังอยู่ในภาวะเสี่ยงได้รับความเสียหาย
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ได้รับทราบปัญหาดังกล่าวแล้ว และจะมอบหมายให้กรมโยธาธิการและผังเมืองเร่งสำรวจพื้นที่ตลอดแนวคลองท่าตะเภา เพื่อประเมินจุดเสี่ยงและหาแนวทางป้องกันก่อนเกิดผลกระทบต่อประชาชนเพิ่มเติม
จากนั้นคณะได้เดินทางต่อไปยังศาลาเอนกประสงค์ หมู่ 10 ตำบลรับร่อ อำเภอท่าแซะ เพื่อติดตามปัญหาที่ดินทำกินในพื้นที่สวนปาล์มวิจิตรภัณฑ์ ซึ่งหมดสัมปทานมานานกว่า 10 ปี รวมถึงรับฟังข้อเสนอการพัฒนาอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ 3 แห่ง ในพื้นที่กว่า 20,000 ไร่ ที่มีความจุรวมหลายล้านลูกบาศก์เมตร เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคและน้ำเพื่อการเกษตร
ในการประชุมดังกล่าว กรมชลประทานและกรมป่าไม้ได้ร่วมชี้แจงแนวทางดำเนินงานต่อประชาชน พร้อมระบุว่าหากโครงการมีความเหมาะสมและผ่านการศึกษาแล้ว คาดว่าจะใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 3-4 ปี
อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านได้สอบถามถึงความชัดเจนในการจัดสรรที่ดินให้ประชาชน รวมถึงหลักเกณฑ์การตรวจสอบสิทธิผู้มีและไม่มีที่ดินทำกิน เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม
นายวรศิษฎ์ ชี้แจงว่า แนวคิดการนำพื้นที่หมดสัมปทานมาใช้ประโยชน์มีหลายพื้นที่เสนอเข้ามา แต่ยังติดข้อกฎหมายเนื่องจากเป็นพื้นที่ป่าไม้ อย่างไรก็ตาม กรณีพื้นที่หมดสัมปทานกว่า 20,000 ไร่ในจังหวัดชุมพร จำเป็นต้องให้ผู้ว่าราชการจังหวัด รองผู้ว่าราชการจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชนในพื้นที่ ร่วมกันกำหนดแนวทางและกติกาการจัดสรรที่ดินให้ชัดเจนก่อนเสนอเข้าสู่กระบวนการพิจารณา
ด้านนายกิตติศักดิ์ พรหมรัตน์ สส.ชุมพร เขต 2 และนายวิชัย สุดสวัสดิ์ สส.ชุมพร เขต 1 ยืนยันพร้อมเป็นตัวแทนผลักดันและติดตามการแก้ไขปัญหาให้ประชาชนอย่างเท่าเทียมและเป็นธรรม
ภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจลงพื้นที่รับฟังปัญหาประชาชน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยได้เดินทางไปเป็นประธานในพิธีปิดการแข่งขันกีฬา อบจ.คัพ เยาวชนและประชาชน จังหวัดชุมพร ก่อนเดินทางกลับกรุงเทพมหานครในช่วงเย็นวันเดียวกัน
การลงพื้นที่ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการเชื่อมโยงปัญหาจากระดับชุมชนสู่ระดับนโยบาย โดยเฉพาะเรื่องน้ำ ที่ดินทำกิน การป้องกันการกัดเซาะ และการส่งเสริมการท่องเที่ยว ซึ่งล้วนเป็นประเด็นสำคัญต่ออนาคตการพัฒนาจังหวัดชุมพรในระยะยาว








