‘สวนยายเฑียร ทุเรียนน้ำแร่บุรีรัมย์’ จากเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง หันมาปลูกทุเรียน มีผลผลิตออกสู่ตลาดเป็นปีที่ 4 ด้วยรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์โดดเด่น ‘เนื้อเนียนนุ่ม ดุจคัสตาร์ด กลิ่นไม่ฉุน’ เผยปีนี้ทุเรียนลูกดก มีคุณภาพดีกว่าทุกปี คาดผลผลิตไม่ต่ำกว่า 10 ตัน มูลค่าไม่ต่ำกว่าล้านบาท ยืนยันขายปลีกอย่างเดียว ไม่ยอมขายส่งล้ง เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับประทานทุเรียนที่ดีมีคุณภาพ ขณะออเดอร์ยอดจองพุ่ง
เมื่อวันที่ 21 มิ.ย.69 ที่สวนยายเฑียร ทุเรียนน้ำแร่บุรีรัมย์ บ้านดอนสมบูรณ์ หมู่ที่ 1 ต.ดงอีจาน อ.โนนสุวรรณ จ.บุรีรัมย์ ของนางสาวเฑียร ที่รัก เกษตรกรเจ้าของสวนทุเรียน วัย 59 ปี ซึ่งได้เปิดเป็นสวนท่องเที่ยวเชิงเกษตร ที่ขณะนี้ผลผลิตทุเรียนสายพันธุ์หมอนทอง กำลังออกสู่ท้องตลาดและกำลังได้รับความนิยมจากผู้บริโภค
ซึ่งได้หันมาปลูกทุเรียนมาตั้งแต่ปี 2561 จากที่ก่อหน้านี้เคยปลูกมันสำปะหลังแล้วประสบปัญหาราคามันสำปะหลังตกต่ำ ต่อมาทางสำนักงานเกษตรจังหวัดบุรีรัมย์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้ามาให้การสนับสนุน รณรงค์ส่งเสริมให้ลดพื้นที่การเพาะปลูกมันสำปะหลัง เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ไขปัญหาราคาตกต่ำ โดยสนับสนุนให้ปลูกพืชชนิดอื่นแทน เนื่องจากในพื้นที่ อ.โนนสุวรรณ จ.บุรีรัมย์ สภาพื้นดินและภูมิอากาศดีเหมาะแก่การปลูกไม้ผล อีกทั้งยังเป็นแหล่งน้ำซับและน้ำแร่คุณภาพดีอีกด้วย
จึงได้หันมาทดลองปลูกทุเรียน แต่ก่อนที่จะปลูกทุเรียนได้ตั้งใจว่าจะปลูกอินทะผาลัม เนื่องจากมีราคาสูง แต่ตนกลับมามองในมุมผู้บริโภค โดยยึดตัวเองเป็นหลักว่า ส่วนตัวนั้นชอบทุเรียน และทุเรียนเป็นผลไม้ที่ผู้คนทั่วไปหลายคนนิยมชมชอบ ซึ่งต่างจากอินทผาลัมเป็นผลไม้เฉพาะ ซื้อทานไม่เกิน 2 ครั้ง และความนิยมไม่หลากหลายเท่ากับทุเรียนที่จะมีการซื้อซ้ำละหลาย ๆ ครั้ง จึงตัดสินใจหันมาปลูกทุเรียนสายพันธุ์หมอนทอง โดยปลูกมาเป็นปีที่ 9 แล้ว ทำเป็นสวนทุเรียนท่องเที่ยวเพื่อการเกษตร และได้ตัดผลผลิตออกสู่ท้องตลาดมาเป็นปีที่ 4 แล้ว
นางสาวเฑียร ที่รัก เกษตรกรเจ้าของสวนทุเรียน สวนยายเฑียร อ.โนนสุวรรณ จ.บุรีรัมย์ เล่าให้ฟังว่า ต้องยอมรับว่าการปลูกทุเรียนไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะการดูแลยากกว่าอินทะผาลัม หรือผลไม้ชนิดอื่น ๆ ซึ่งทุเรียนที่สวนของตนเองได้ตัดลูกขายเป็นที่ 4 แล้ว โดยเริ่มตัดทุเรียนขายตั้งแต่ต้นทุเรียนเจริญเติบโตในปีที่ 5 ซึ่งในปีนี้ด้วยสภาพอากาศร้อนชื้น เหมาะแก่การเจริญเติบโตของทุเรียน จึงทำให้ทุเรียนที่สวนของตนเองนั้นมีผลผลิตดีขึ้นกว่าทุกๆปีที่ผ่านมา ซึ่งผลผลิตมากกว่าปีที่ผ่านมาประมาณ 30% เนื่องจากปีที่ผ่านมาประสบปัญหาร้อนแล้งมากจึงทำให้ผลผลิตสู่ออกตลาดน้อย
ปีนี้ทุเรียนที่สวนน่าจะขายได้ราคาดีกว่าทุกปี เพราะเนื่องจากว่าตลาดทุเรียนรายใหญ่ในพื้นที่ จ.จันทบุรี ได้มีการส่งออกต่างประเทศกันมากขึ้น จึงทำให้ทุเรียนในประเทศมีจำนวนน้อย อีกทั้งผู้บริโภคในประเทศยังคงมีความต้องการบริโภคสูง โดยเฉพาะประชาชนในพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ และจังหวัดใกล้เคียงได้ให้ความสนใจกันเป็นจำนวนมาก
นางสาวเฑียร เล่าให้ฟังต่อว่า ทางสวนจึงเน้นขายปลีกเพื่อให้ผู้บริโภคในพื้นที่ได้บริโภคทุเรียนที่ดีมีคุณภาพ โดยขายในราคากิโลกรัมละ 150 บาท ส่วนสาเหตุที่ขายปลีกไม่ยอมส่งขายล้งเหมือนกับในบางราย ซึ่งหากขายให้กับทางล้ง ๆ ก็จะให้ราคาอยู่ที่กิโลกรัมละ 90-100 บาทเท่านั้น
แต่ตนต้องการให้ผู้บริโภคได้รับประทานทุเรียนที่มีคุณภาพ โดยเฉพาะทุเรียนของ อ.โนนสุวรรณ จ.บุรีรัมย์ ที่ทุเรียนมีคุณภาพรสชาติแตกต่างจากทุเรียนจันทบุรี คือ เป็นทุเรียนที่ปลูกในพื้นที่ดินภูเขาไฟ และเป็นแหล่งน้ำแร่น้ำซับที่มีคุณภาพดี จึงทำให้ผลผลิตทุเรียน ออกมามีรสชาติที่หอมหวาน เนื้อเนียนนุ่มดุจคัสตาร์ด และกลิ่นไม่ฉุนโดด
‘ถ้าจะทานทุเรียนที่ดีและให้อร่อย ไม่ว่าทุเรียนสายพันธุ์อะไรก็ตาม ขอให้ตัดทุเรียนตอนที่แก่จัดได้ที่ ก็จะทำให้ทุเรียนนั้นมีรสชาติที่อร่อย ซึ่งต่างจากล้งจะตัดทุเรียนที่ยังไม่แก่ได้ที่นำไปขาย จึงทำให้ทุเรียนนั้นมีรสชาติไม่อร่อยเหมือนกับทุเรียนที่แก่จัดได้ที่’ เจ้าของสวนยายเฑียร ทุเรียนน้ำแร่บุรีรัมย์ กล่าวและว่า
โดยทุเรียนในประเทศไทย จะมีผลผลิตออกสู่ตลาดไม่พร้อมกัน เริ่มจากทุเรียนของภาคตะวันออก คือ จันทบุรี จะออกก่อนบุรีรัมย์และภาคอีสาน 2 เดือน พอทุเรียนภาคตะวันออกใกล้จะหมด ทุเรียนภาคอีสานก็จะเริ่มออก พอภาคอีสานใกล้จะหมดทุเรียนทางใต้ก็จะเริ่มออก และหลังจากทุเรียนภาคใต้ใกล้จะหมด ทุเรียนภาคเหนือก็จะเริ่มออกสู้ท้องตลาด ถือเป็นวัฏจักรของทุเรียนในประเทศไทย ที่มีผลผลิตได้รับประทานตลอดทั้งปี
ทั้งนี้สำหรับทุเรียนที่สวนในปีนี้ ได้รับความสนใจจากผู้บริโภคทั้งในและต่างจังหวัดเป็นจำนวนมาก ทั้งที่สั่งจองทั้งต้นก็มี แต่ส่วนใหญ่จะมีสั่งจองไว้ตั้งแต่ 10-20 ลูก เพราะการจองทั้งต้นมีปัญหาคือ ทุเรียนจะสุกไม่พร้อมกันทั้งต้น ทำให้ผู้บริโภคต้องเสียเวลาเดินทางมาหลายรอบ จึงได้แนะนำว่าต้องการกี่ลูก ทางสวนก็จะได้คัดทุเรียนลูกที่แก่จัดได้ที่ไว้ได้พร้อมทานทันทีที่เดินทางมา
สวนยายเฑียร ทุเรียนน้ำแร่บุรีรัมย์ เล่าให้ฟังด้วยว่า ตอนนี้มีลูกค้ารายหนึ่งจาก จ.ขอนแก่น สั่งจองมาไว้แล้วมูลค่า 2 แสนบาท โดยบอกว่าทุเรียนแก่สุกพร้อมวันไหนจะเดินทางมารับเองถึงสวนเลย เนื่องจากเคยซื้อไปรับประมาณมาแล้ว 1 ครั้งในปีที่ผ่านมา จนทำให้ติดใจในคุณภาพของทุเรียนที่สวนฯ ในปีนี้จึงสั่งจองเข้ามาอีก ซึ่งในปีนี้ยอมรับว่าทุเรียนในพื้นที่ มีคุณภาพและให้ผลผลิตดี โดยที่สวนของตนเองได้ผลผลิตทุเรียน ที่ปลูกไว้ประมาณ 90 ต้น คาดว่าไม่ต่ำกว่า 10 ตัน มูลค่าน่าจะไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท มากกว่าปีที่ผ่านมาที่ได้ประมาณ 7-8 ตัน








