พบศพหนุ่มชาวกัมพูชาวัย 37 ปี ลอยกลางทะเลใกล้เกาะล้าน หลังสูญหายระหว่างดำน้ำกู้ลอบดักปลาเลี้ยงครอบครัวนาน 2 วัน ตำรวจเผยใช้อุปกรณ์สคูบาไม่ครบตามมาตรฐาน อากาศในถังหมด ประกอบกับตะกั่วถ่วงน้ำหนักจำนวนมาก คาดเป็นสาเหตุจมน้ำเสียชีวิต
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 17 มิ.ย.69 พ.ต.ต.ชยพล อยู่รอด สว.(สอบสวน) สภ.เมืองพัทยา ประจำหน่วยสอบสวนเกาะล้าน ได้รับแจ้งว่าพบศพลอยน้ำ อยู่กลางทะเล ตรงข้ามกับ หาดเทียน เกาะล้าน (ห่างจากชายฝั่งประมาณครึ่งไมล์ทะเล ) ม.7 ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังไปรับแจ้ง จึงรีบรุดไปทำการตรวจสอบ พร้อมด้วย หน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างบริบูรณ์ธรรมสถาน เมืองพัทยา
ในเบื้องต้น ร่างผู้เสียชีวิต น่าจะเป็นบุคคล คนเดียวกัน ที่ทีมชุดปฏิบัติการทางน้ำ ของหน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างบริบูรณ์ฯ เมืองพัทยา ออกค้นหาตั้งแต่ช่วงวันที่ 15 มิถุนายน ที่ผ่านมา โดยทางญาติได้มีการร้องขอทีมนักประดาน้ำ ช่วยค้นหา นายตีโน่ อายุ 37 ปี ชาวกัมพูชา หลังมีการสวมใส่ชุดดำน้ำ แบบสคูบาไดวิ่ง แล้วลงไปกู้ลอบดักปลา ใต้ทะเล ระดับน้ำลึกประมาณ 8-10 เมตร ช่วงบริเวณ หัวแหลม ทางทิศใต้ของเกาะล้าน ห่างจากหาดเทียนประมาณ 500 เมตร โดย กู้ภัย และ นักประดาน้ำ มีการค้นหา ทั้งใต้น้ำและบนผิวน้ำ ตลอด 2 วันเต็ม แต่ก็ไม่พบ อีกทั้งบริเวณจุดที่สูญหายไป เป็นจุดล่องน้ำ และ มีกระแสน้ำไหลค่อนข้างแรง รวมถึงผู้สูญหายมีการสวมใส่ชุดสคูบาไดวิ่ง และ ใส่ตะกั่วถ่วงน้ำหนัก จึงยากต่อการค้นหา และสันนิษฐานว่า ผู้สูญหายน่าจะไหลไปตามกระแสน้ำ ผลัดออกไปทางฝั่ง อ.ศรีราชา จนกระทั่งมีการยืนยันว่าพบร่าง ผู้เสียชีวิตลอยน้ำ ห่างจากจุดที่มีการแจ้งบุคคลสูญหายไป ราวประมาณ 500 เมตร
ส่วนร่างผู้เสียชีวิตที่พบลอยอยู่ในทะเล เบื้องต้นสภาพศพ สวมใส่ชุดดำน้ำสคูบาไดวิ่ง ไม่สวมเสื้อ นุ่งกางเกงว่ายน้ำสีฟ้า-ดำ สภาพศพเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 48 ชม. เมื่อทำการกู้ร่างผู้เสียชีวิต ขึ้นมาตรวจสอบบนเรือ พบว่า ผู้ตาย สวมใส่ชุดดำน้ำสคูบาสีดำ หรือ ชุดบีซีดี (เสื้อชูซีพสำหรับดำน้ำลึก) ติดตั้งถังอากาศ และ สายเร็กกูเลเตอร์ ที่ใช้สำหรับการใช้อากาศหายใจใต้น้ำ เพียง 1 เส้นเท่านั้น โดยไม่มีสายปรับแรงดัน และ ตัวมาตรวัดปริมาณอากาศในถัง จึงถือว่าเป็นอุปกรณ์สำคัญในการดำน้ำลึก ตรวจสอบถังอากาศ พบว่าอากาศในถังถูกใช้จนหมดเกลี้ยง อีกทั้งในร่างผู้เสียชีวิต พบว่ามีการใส่ตะกั่วถ่วงน้ำหนัก ถึง 10 ก้อน รวมน้ำหนักประมาณ 6-8 กก.
ด้าน นางสาวขวัญตา อายุ 39 ปี ภรรยาของผู้ตาย เมื่อเห็นสภาพศพ ได้ยืนยันว่า เป็นร่างของสามีตัวเอง ก็คือ นายตีโน่ อาชีพเป็นคนขับเรือ สปีดโบ๊ท อยู่ในเกาะล้าน พร้อมกับเล่าให้ฟังทั้งน้ำตาว่า ก่อนที่สามีจะหายตัวไป บอกว่าจะออกไปดำน้ำหาปลา มาให้ครอบครัวกิน รวมถึง นำไปขายให้กับร้านขายอาหารทะเล โดยมีการพูดคุยกันครั้งสุดท้าย เมื่อเวลาเที่ยงวัน ของวันที่ 15 มิถุนายนที่ผ่านมา ก่อนที่สามีจะหายตัวไป ก่อนจะมาพบว่าเป็นศพดังกล่าว
พ.ต.ต.ชยพล อยู่รอด สว.(สอบสวน) สภ.เมืองพัทยา ในเบื้องต้นสันนิษฐานว่าผู้ตาย น่าจะขาดอากาศหายใจและจมน้ำเสียชีวิต ซึ่งจากการตรวจสอบ พร้อมกับผู้เชี่ยวชาญด้านการใช้ชุดอุปกรณ์ดำน้ำลึก พบว่าผู้ตาย ใช้อุปกรณ์ชุดน้ำสคูบาไดวิ่ง โดยที่อุปกรณ์ความปลอดภัยไม่ครบสมบูรณ์ ผิดมาตฐานการดำน้ำลึก โดยมีการติดตั้งแค่สายเร็กกูเลเตอร์ (สายที่ใช้สำหรับการใช้อากาศหายใจใต้น้ำ ) เพียง 1 เส้นเท่านั้น โดยไม่มีสายปรับแรงดัน และ ตัวมาตรวัดปริมาณอากาศในถัง โดยคาดว่าระหว่างที่ผู้ตายลงดำน้ำ ในน้ำลึก เพื่อ กู้ลอบดักปลา แต่อากาศในถังเกิดหมด ผู้ตายพยายามลอยตัวขึ้นมาบนผิวน้ำ แต่เนื่องจาก ไม่มีอุปกรณ์ ชุดดำน้ำไม่มีอุปกรณ์ปรับแรงดัน เพื่อช่วยในการลอยตัว รวมถึงตะกั่วถ่วงน้ำหนัก ซึ่งมีปริมาณน้ำหนักค่อนข้างเยอะ จึงทำให้ผู้ตายลอยขึ้นมาบนผิวน้ำไม่ได้ จนเกิดพลาดจมน้ำเสียชีวิตดังกล่าว อย่างไรก็ตามตำรวจจะส่งตัวไปชันสูตรอย่างละเอียดอีกครั้ง ก่อนจะมอบญาติ นำศพไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป








