วันที่ 16 มิ.ย.69 บรรยากาศการเลือกตั้งนายกเมืองพัทยาเริ่มเข้มข้นขึ้น เมื่อนายศักดิ์ชัย แตงฮ่อ ผู้สมัครนายกเมืองพัทยา หมายเลข 3 และทีมพัทยา 2030 ออกแถลงจุดยืนยืนยันไม่ซื้อสิทธิ์ขายเสียง พร้อมเรียกร้องประชาชนแจ้งเบาะแสหากพบผู้แอบอ้างชื่อทีมงานไปดำเนินการในลักษณะดังกล่าว ณ ทำการกลุ่มพัทยา 2030 เดอะเลิฟแลนด์ ซอยโพธิสาร เมืองพัทยา ชลบุรี
นายศักดิ์ชัย แตงฮ่อ ผู้สมัครนายกเมืองพัทยา หมายเลข 3 เปิดเผยว่า ตั้งแต่เปิดรับสมัครเลือกตั้งเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคมที่ผ่านมา ทีมงานได้ลงพื้นที่หาเสียงอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งเป้าเดินพบประชาชนให้ครบทั้ง 4 เขต และ 42 ชุมชน เพื่อเสนอนโยบายและรับฟังปัญหาของประชาชนโดยตรง ซึ่งใช้เวลาลงพื้นที่วันละ 8-10 ชั่วโมง ซึ่งระหว่างลงพื้นที่ย่านหลังวัดธรรม ได้รับฟังข้อร้องเรียนจากประชาชนว่า มีบุคคลไปจดรายชื่อโดยอ้างเกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง ทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนว่าเป็นการซื้อเสียง จึงรู้สึกไม่สบายใจและกังวลว่าจะส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือของตน
“ตนและทีมงานไม่มีนโยบายซื้อสิทธิ์ขายเสียง และจะไม่ยอมให้มีผู้ใดนำชื่อไปแอบอ้างเพื่อกระทำการดังกล่าว พร้อมขอความร่วมมือจากผู้สนับสนุนอย่าดำเนินการใดที่อาจสร้างความเสียหายต่อการเลือกตั้งและต่อชื่อเสียงของผู้สมัคร” พร้อมขอให้ประชาชนแจ้งข้อมูลผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียของทีม หากพบผู้แอบอ้างชื่อพัทยา 2030 ไปจดรายชื่อหรือเสนอผลประโยชน์ตอบแทนในการเลือกตั้ง ทั้งนี้ ทีมงานระบุว่า ได้รวบรวมข้อมูลและส่งเรื่องร้องเรียนต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แล้ว และหากพบการกระทำในลักษณะดังกล่าวเพิ่มเติม จะดำเนินคดีตามกฎหมายกับผู้ที่เกี่ยวข้องทุกรายพร้อมย้ำว่า การปราบปรามการทุจริตและคอร์รัปชันจะต้องเริ่มต้นจากทีมงานของตนเองเป็นอันดับแรก เพื่อสร้างมาตรฐานการเมืองท้องถิ่นที่โปร่งใสและตรวจสอบได้
สำหรับในด้านนโยบายหาเสียง นายศักดิ์ชัย ระบุว่า ปัญหาที่ได้รับการร้องเรียนจากการลงพื้นที่หาเสียงมากที่สุดจากประชาชน คือ ปัญหาทุนต่างชาติสีเทาที่เข้ามาประกอบกิจการผิดกฎหมาย แย่งอาชีพคนไทย และใช้พื้นที่ในเมืองพัทยาเป็นฐานดำเนินกิจกรรมที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย โดยเสนอให้ยกระดับปัญหาดังกล่าวเป็นวาระสำคัญของเมืองพัทยา พร้อมจัดทำฐานข้อมูลผู้พำนักและผู้ประกอบการต่างชาติร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อคัดกรองและบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง
ขณะเดียวกัน ยังหยิบยกปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่พัทยาเป็นอีกประเด็นสำคัญ โดยมองว่าการแก้ไขต้องอาศัยข้อมูลทางวิชาการและการสำรวจระบบทางน้ำอย่างครบถ้วน ทั้งลำคลอง ทางระบายน้ำ และพื้นที่สาธารณะที่ถูกบุกรุก เพื่อฟื้นฟูเส้นทางระบายน้ำสู่ทะเลให้มีประสิทธิภาพ รวมถึงต่อยอดโครงการแก้ไขปัญหาที่มีอยู่เดิมให้สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ระหว่างการลงพื้นที่พบปะประชาชนและรับฟังปัญหาในพื้นที่เมืองพัทยา พบปัญหาคนไร้บ้านและคนเร่รอนที่ประชาชนร้องเรียนจำนวนมาก พร้อมเสนอแนวทางจัดตั้งศูนย์ดูแลและฟื้นฟูคนจรจัดอย่างเป็นระบบ โดยคนเร่รอนสามารถเข้าสู่กระบวนการช่วยเหลือของหน่วยงานภาครัฐ เช่น กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ควรถูกส่งต่อเข้าสู่ระบบดูแลที่เหมาะสม ขณะที่ผู้ที่ยังมีศักยภาพในการทำงาน ควรได้รับการบำบัด ฟื้นฟู และส่งเสริมอาชีพ เพื่อให้สามารถกลับมายืนหยัดในสังคมได้อีกครั้ง
นอกจากนี้ ยังสะท้อนถึงปัญหาฝุ่นละอองและสภาพแวดล้อมในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะบริเวณชายหาดจอมเทียน ที่พบปัญหาฝุ่น PM2.5 ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนและนักท่องเที่ยว พร้อมเสนอให้เพิ่มประสิทธิภาพการดูแลความสะอาดเมือง ควบคู่ไปกับการนำผู้ผ่านการฟื้นฟูเข้าสู่ระบบการทำงาน รวมถึงคุณภาพชีวิตของประชาชนในเมืองพัทยา โดยมองว่ายังมีประชาชนจำนวนมากอาศัยอยู่ในชุมชนและที่พักอาศัยที่มีสภาพทรุดโทรม ขาดความเป็นระเบียบและสุขลักษณะที่เหมาะสม โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนที่เติบโตในสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้อต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิต
พร้อมเชิญชวนประชาชนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งในวันที่ 28 มิถุนายนนี้ โดยย้ำว่า การปราบปรามการทุจริตและคอร์รัปชันจะต้องเริ่มต้นจากทีมงานพัทยา 2030 เพื่อสร้างมาตรฐานการเมืองท้องถิ่นที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ “บัตรสีเขียว” เลือกนายก หมายเลข 3 “บัตรสีชมพู” เลือกสมาชิกสภาเมืองพัทยา ทีม พัทยา 2030








