น้องชายแท้ๆ หลอนยากลางดึก ใช้อาวุธมีดแทงพี่ชายเสียชีวิตคาที่ในห้องพักคนงาน ก่อนหลบหนีเข้าป่ามะพร้าว แต่ถูกตำรวจปูพรมไล่ล่าจับกุมได้อย่างรวดเร็ว เบื้องต้นพบสารเสพติดในร่างกาย อยู่ระหว่างสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริง
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 15 มิ.ย.69 ร.ต.อ.เรืองศักดิ์ ศิริบุตร รอง.สว.(สอบสวน) สภ.ห้วยใหญ่ ได้รับแจ้งเหตุฆ่ากันตาย ภายในบ้านพักคนงาน สวนมะพร้าว-สวนยางพารา ริมถนนทางหลวง หมายเลข 331 (สัตหีบ-พนมสารคาม ฉะเชิงเทรา ) ช่วงหลักกิโลเมตรที่ 13 ฝั่งขาเข้าอำเภอสัตหีบ ม.11 ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ แล้วพร้อมด้วย พ.ต.อ.วราวุฒิ นิตยวัน ผกก., พ.ต.ท.บงกช ประเสริฐรัตน์ สว.สส. (สืบสวน), ตำรวจชุดสืบสวน, ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐาน 2 ชลบุรี (พฐ.) แพทย์เวร และหน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างบริบูรณ์ธรรมสถาน พัทยา รีบไปตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุเป็นห้องแถว และ เป็นที่พักสำหรับ คนงานกรีดยางพารา มีทั้งหมด 4 ห้อง ตรวจสอบห้องเบอร์ 4 พบผู้เสียชีวิต ทราบชื่อต่อมาคือ นายเอกพันธ์ หรือตุ้ม อายุ 33 ปี ชาวจังหวัดตรัง ถูกอาวุธมีดแทงเข้าที่บริเวณ ใต้ราวนมด้านซ้าย ทะลุออกแผ่นหลัง คมมีดตัดขั้วหัวใจ เสียชีวิตคาที่ ภายในห้องพบร่องรอยการต่อสู้ พบคราบเลือดสาดกระเซ็น เต็มพื้นและฝาผนังห้อง ตำรวจจึงลงบันทึกไว้เป็นหลักฐาน
สอบสวนนางสาวดา (นามสมมติ) อายุ 35 ปี เป็นเพื่อนร่วมงานของผู้ตาย และพักอยู่ห้องเบอร์ 2 ให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า เมื่อช่วงเวลาประมาณตี 2 ของเมื่อคืนที่ผ่านมา ได้ยินเสียงคน โอดครวญ ลักษณะเสียงคล้ายกับคนถูกจับกดลงนอนกับพื้น โดยเสียงดังประมาณไม่ถึง 2 นาที จากนั้นเสียงก็เงียบหายไป จากนั้นประมาณ 5 นาที ก็ได้ยินเสียงเท้าวิ่งออกไปทางด้านหลังห้อง พร้อมกับเสียงตะโกนท้าทายว่า “ มึงออกมาดิๆ “ ก่อนที่เสียงดังกล่าวจะหายไป ส่วนตนเองก็ไม่กล้าออกมาดู
จนกระทั่งช่วงเช้าที่ผ่านมา เริ่มเห็นความผิดสังเกต เนื่องจากปกติทุกวัน สองพี่น้อง ที่พักในห้องดังกล่าว จะออกมานั่งที่บริเวณหน้าห้อง แต่ช่วงเช้าตรู่ แต่ในวันนี้กลับไม่เห็นมีใครออกมานั่ง แถมไฟหน้าห้องก็ถูกเปิดทิ้งไว้ พอเดินเข้าไปดูใกล้ๆ ก็เห็นเลือดสาดออกมาบริเวณช่องประตู พอเห็นท่าไม่ดีจึงรีบประสานเจ้าของสวน ก่อนจะประสานพี่ชายคนโตของผู้ตาย เดินทางมาที่ห้องพัก ตอนแรกประตูด้านหน้าถูกล็อก พอปีนเข้าตรวจตรวจสอบทางด้านหลังห้อง ก็พบศพผู้เสียชีวิตอยู่ในสภาพดังกล่าว ส่วนน้องชายของผู้ตายก็หายตัวไปอย่างลึกลับ ยอมรับว่าตนเองรู้สึกตกใจเป็นอย่างมาก และ ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น เนื่องจากผู้ตายกับน้องชาย มีความสนิทสนมกันเป็นอย่างมาก ไปไหนมาไหน และ นอนอยู่ด้วยกันตลอด แต่หลังเกิดเหตุน้องชายกลับหายตัวไป
ต่อมาเวลา 14.00 น. พ.ต.อ.วราวุฒิ นิตยวัน ผกก.สภ.ห้วยใหญ่ พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน มีการปูพรมเดินเท้าติดตามตัวผู้ก่อเหตุ ซึ่งคาดว่าหลบหนี เข้าไปในสวนมะพร้าวด้านหลังห้องแถว โดยมีการเดินเท้าเป็นระยะทางกว่า 500 เมตร จนไปพบตัวผู้ก่อเหตุ ทราบชื่อว่า นายกรกมล หรือต้อม อายุ 28 ปี เป็นน้องชายแท้ๆ ของผู้เสียชีวิต สภาพนอนหลบซ่อนตัว อยู่ในป่ามะพร้าว โดยไม่สวมเสื้อนุ่งกางเกงขาสั้นตัวเดียว ตามตัวมีร่องรอย ถูกกิ่งไม้และหนาม ขีดข่วนจนเป็นรอยทั้งตัว และเบ้าตาด้านซ้ายปูดบวม ตำรวจจึงควบคุมตัวมาสอบสวนที่โรงพัก สภ.ห้วยใหญ่ ส่วนอาวุธมีดที่ใช้ในการก่อเหตุ เบื้องต้นยังหาไม่พบ เนื่องจากผู้ก่อเหตุจำไม่ได้ว่านำไปโยนทิ้งไว้ที่บริเวณใด
นายกรกมล หรือต้อม อายุ 28 ปี ให้การวกไปวนมา โดยจับใจความได้ว่า ช่วงกลางดึกที่ผ่านมา ตนเองรู้สึก เหมือนว่ามีคนพยายาม จะเข้ามาปองร้าย โดย ใช้เชือกรัดคอตนเอง ด้วยความตกใจจึงรีบไปคว้ามีดบริเวณด้านหลังครัว จากนั้นก็แทงสวนไปหนึ่งครั้ง ก่อนจะวิ่งหนี เข้าไปนอนหลบซ่อนซ่อนตัวอยู่ในป่ามะพร้าว ก่อนจะถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจมาทำการจับกุมได้ดังกล่าว
ขณะที่ผู้สื่อข่าวพยายามถาม นายต้อม ว่า ปกติ นายต้อม เป็นคนที่รักพี่ชายมาก แล้วทำไมถึงก่อเหตุฆ่าพี่ชายตัวเอง นายต้อม ยังคงยืนยันกับทีมข่าวว่า สิ่งที่ตนเองทำลงไป ไม่รู้สึกตัว รู้แต่เพียงว่ามีคนพยายามจะมาปองร้าย พอรู้ว่าพี่ชายเสียชีวิต ก็ยอมรับว่าเสียใจมาก
พ.ต.อ.วราวุฒิ นิตยวัน ผกก.สภ.ห้วยใหญ่ เปิดเผยว่า หลังได้รับแจ้งเหตุได้ลงพื้นที่ไปทำการตรวจสอบที่เหตุทันที จากนั้นมีการปูพรมติดตามจับกุมคนร้าย ซึ่งรายการนี้ต้องขอชมเชยชุดสืบสวนที่ทำงานได้อย่างรวดเร็ว จนสามารถจับกุมผู้ก่อเหตุ ได้อย่างทันควัน ก็คือน้องชายแท้ๆ ของผู้เสียชีวิต ส่วนปมเหตุในครั้งนี้ ยังไม่สามารถสรุปได้ ว่าเกิดจากสาเหตุใด แต่จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าผู้ก่อเหตุ มีสารเสพติดในร่างกาย และอยู่ในระหว่างนำปัสสาวะไปตรวจสอบทางเทคนิค ว่าเป็นยาเสพติดชนิดใด โดยตำรวจอยู่ในระหว่างการรวบรวมหลักฐาน เพื่อดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุรายนี้ต่อไป








