“อ้อ ไพรัช” เข้าช่วยเหลือเด็กหญิงวัย 13 ปี จ.บุรีรัมย์ หลังถูกสามีใหม่ของยายล่วงละเมิดตั้งแต่ปี 2568 ต่อเนื่องหลายครั้ง พร้อมข่มขู่ไม่ให้เปิดเผยความจริง ด้านตำรวจออกหมายจับผู้ก่อเหตุแล้ว ขณะครอบครัวเรียกร้องเอาผิดผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดและเร่งติดตามตัวมาดำเนินคดีโดยเร็ว
วันที่ 15 มิ.ย.69 จากกรณีเพจเฟซบุ๊ก "อ้อ ไพรัช" ได้โพสต์คลิปพร้อมระบุข้อความขอความช่วยเหลือ กรณีเด็กหญิงอายุ 13 ปี ถูกสามีใหม่ของยายกระทำชำเราตั้งแต่ปี 2568 เหตุเกิดที่ อ.กระสัง จ.บุรีรัมย์ จนต้องหนีมาอยู่กับปู่ แต่คนร้ายยังคงลอยนวลและมีพฤติกรรมข่มขู่ จึงเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและมูลนิธิต่าง ๆ เข้ามาตรวจสอบเพื่อความปลอดภัยของเด็กหญิงและเร่งนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษ
จากการสอบถาม นายสี (นามสมมุติ) อายุ 59 ปี ปู่ของ ด.ญ.เอ (นามสมมุติ) ผู้เสียหาย เล่าว่า เมื่อประมาณเดือน เม.ย. 2568 นางไก่ (นามสมมุติ) อายุ 54 ปี ซึ่งเป็นยายและเป็นผู้ปกครอง ได้พา ด.ญ.เอ อายุ 12 ปี (ในขณะนั้น) นักเรียนชั้น ป.6 ไปพักอาศัยอยู่ที่บ้านใน ต.สูงเนิน อ.กระสัง จ.บุรีรัมย์ ร่วมกับนายสุพุทธ หรือพุทธ อายุ 47 ปี ซึ่งเป็นสามีใหม่ของนางไก่
ต่อมาเมื่อนางไก่ ไม่อยู่บ้าน นายสุพุทธ ได้แอบลงมือกระทำอนาจารด้วยการกอดจูบและลูบคลำจับหน้าอกผู้เสียหายอยู่เป็นประจำ หากไม่ยอมจะไม่ให้เงินไปโรงเรียนจำนวน 40 บาท โดยเกิดขึ้นในช่วงระหว่างเดือน มิ.ย. 2568 ถึงเดือน มี.ค. 2569 รวม 44 ครั้ง และได้ลงมือข่มขืนกระทำชำเรา ด.ญ.เอ เป็นประจำในช่วงเวลากลางคืน ระหว่างเดือน ต.ค. 2568 ถึงเดือน มี.ค. 2569 รวมทั้งหมด 17 ครั้ง โดยนายสุพุทธ ได้ข่มขู่ไม่ให้ผู้เสียหายบอกใคร มิฉะนั้นจะฆ่าให้ตาย และบางครั้งนางไก่ (ยาย) ได้จับหลานมัดกับเสาเฆี่ยนตีต่อหน้าสามีใหม่ จนหลานทนไม่ไหวและนำเรื่องมาแจ้งกับตน ตนจึงพาหลานเข้าแจ้งความกับ ร.ต.อ.สังเวียน เหลือสนุก รอง สว.(สอบสวน) สภ.กระสัง จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเมื่อนายสุพุทธ ทราบเรื่องว่ามีการแจ้งความ ได้ขายวัวจำนวน 7 ตัว ได้เงินจำนวน 50,000 บาท แล้วหลบหนีไปพร้อมกับยายของเด็ก
ต่อมาพนักงานสอบสวน สภ.กระสัง ได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลจังหวัดบุรีรัมย์ ออกหมายจับที่ 222/2569 ลงวันที่ 11 มิ.ย. 2569 ในความผิดฐาน “กระทำชำเราเด็กอายุไม่เกินสิบสามปีผู้อยู่ในปกครอง ซึ่งมิใช่ภรรยาตนโดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม, กระทำอนาจารแก่เด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปี โดยขู่เข็ญด้วยประการใด ๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยเด็กนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ หรือทำให้เด็กนั้นเข้าใจผิดว่าตนเป็นบุคคลอื่น และพรากเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีเสียจากบิดา มารดา ผู้ปกครองหรือผู้ดูแลเพื่อการอนาจาร”
ด้านนายไพรัช หรือ อ้อ ไพรัช เปิดเผยว่า ได้เดินทางมาติดตามความคืบหน้าทางคดีให้กับครอบครัวของเด็ก เนื่องจากผู้เสียหายถูกล่วงละเมิดมาเป็นเวลานาน นอกจากนี้ยังทราบว่ายายของเด็ก ได้พสหลานไปฝังเข็มยาคุมกำเนิดที่โรงพยาบาลพลับพลาชัย เมื่อวันที่ 20 พ.ค. 69 ที่ผ่านมา จึงอยากให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเอาผิดยายของเด็กในฐานะสมรู้ร่วมคิด และเร่งรัดติดตามตัวผู้ต้องหามาดำเนินคดีโดยเร็วที่สุดเพราะศาลได้ออกหมายจับเรียบร้อยแล้ว








