กยท. ประมูลขายทอดตลาดยางจาก 2 โครงการ ‘พัฒนาศักยภาพสถาบันเกษตรกร-สร้างมูลภัณฑ์กันชนรักษาเสถียรภาพราคายาง’ รวมกว่า 18,000 ตัน มูลค่าปิดประมูล 1,232 ล้านบาท ยืนยัน! ระบายยางช่วงที่เหมาะสม ไม่กระทบราคาและปริมาณยางในตลาด
วันที่ 15 มิ.ย.69 นายญาณกิตติ์ ฮารุดีน รองผู้ว่าการด้านธุรกิจ เปิดเผยว่า วันนี้ (13 มิ.ย. 69) กยท. ได้ดำเนินการจำหน่ายยางโครงการพัฒนาศักยภาพสถาบันเกษตรกรเพื่อรักษาเสถียรภาพราคายาง และโครงการสร้างมูลภัณฑ์กันชนรักษาเสถียรภาพราคายาง โดยวิธีการขายทอดตลาด เป็นที่เรียบร้อยแล้ว รวมทั้งสิ้น 18,481.93 ตัน มูลค่าราคาเปิดประมูลรวม 913,949,225 บาท ซึ่งเมื่อจบการประมูลขายทอดตลาด สามารถจำหน่ายยางทั้งหมดได้มูลค่ารวม 1,232,200,000 บาท เพิ่มขึ้นจากราคาเปิดรวมทั้งสิ้น 318,250,775 บาท เป็นร้อยละ 34.82 โดยเป็นการขายยางทีละรายการ (โกดัง) ตามสถานที่จัดเก็บ รวมทั้งสิ้น 4 โกดัง คือ โกดังทุ่งสงสี่สวัสดิ์ จ.สงขลา มีปริมาณยางจำนวน 7,259.82 ตัน ผู้ชนะการประมูลคือ บริษัท ไทยแมคเอสทีอาร์ จำกัด, โกดังวันชัยสตาร์ 1 จ.สงขลา มีปริมาณยางจำนวน 6,686.60 ตัน ผู้ชนะการประมูล คือ บริษัท นอร์ทอีส รับเบอร์ จำกัด (มหาชน), โกดังวันชัยสตาร์ 5 จ.สงขลา มีปริมาณยาง จำนวน 2,587.53 ตัน ผู้ชนะการประมูล คือ บริษัท นำโชค สิริพานิช จำกัด, และ โกดังซี แอนด์ ที โมดูลาร์ จ.ชลบุรี มีปริมาณยางจำนวน 1,947.98 ตัน ผู้ชนะการประมูล คือ บริษัท ฮั้วเซิ่งไทย รับเบอร์ จำกัด
นายญาณกิตติ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การขายยางในสต๊อก จากทั้ง 2 โครงการ รวม 18,481.93 ตัน กยท. ได้พิจารณาและให้ความสำคัญอย่างมาก โดยคำนึงไม่ให้เกิดผลกระทบต่อปริมาณยางและกลไกตลาด เมื่อเปรียบเทียบกับปริมาณผลผลิตยางพาราคาดการณ์ในเดือนมิถุนายน ปี 2569 ที่มีปริมาณ 418,478 ตัน ยางจากทั้ง 2 โครงการ คิดเป็นสัดส่วนเพียงร้อยละ 4.3 ของผลผลิตรวมต่อเดือน ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับต่ำและไม่ก่อให้เกิดภาวะอุปทานล้นตลาด ผนวกกับปัจจัยสนับสนุนด้านสภาพอากาศในช่วงฤดูฝน ที่ส่งผลให้ปริมาณผลผลิตตามธรรมชาติออกสู่ตลาดจำกัด และในช่วงปลายปีนี้ ที่มีแนวโน้มการเกิดปรากฏการณ์ซูเปอร์เอลนีโญ อาจส่งผลให้มีอุปทานรวมลดลงนั้น การนำยางในสต๊อกจำนวนดังกล่าวเข้าสู่ตลาดจะช่วยบรรเทาความตึงตัวของอุปทานได้โดยไม่ส่งผลกระทบเชิงลบต่อระดับราคา อีกทั้งยังมีส่วนช่วยรักษาเสถียรภาพและเตรียมความพร้อมต่อภาวะตลาดผันผวนในอนาคตได้
“กยท. ขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ที่ทำให้การขายทอดตลาดยางทั้ง 2 โครงการในวันนี้สำเร็จด้วยดี ซึ่งเงินที่ได้จากการขายยางในครั้งนี้ จะนำไปใช้ในการชำระหนี้ให้กับ ธ.ก.ส. และชำระค่าเช่าโกดังจัดเก็บยางได้ โดยไม่ต้องพึ่งพาเงินจัดสรรจากรัฐบาล ทั้งนี้ กยท. มั่นใจว่าการดำเนินงานในครั้งนี้เป็นไปอย่างถูกต้อง เปิดเผย และอยู่บนพื้นฐานของความโปร่งใส” นายญาณกิตติ์ กล่าว








