เมื่อเวลา 12.40 น.วันที่ 13 มิถุนายน 2569 พล.ต.ต.วรวัฒน์ มะลิ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 รักษาราชการแทนผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุทัยธานี พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สว่างอารมณ์ สภ.ตลุกดู่ พร้อม ชรบ อปพร หมู่บ้าน ได้คุมตัวนายสัมพันธ์ หรือ “นายเอี้ยง” ผู้ก่อเหตุในคดีฆาตกรรม น.ส.สรัลพร หรือน้องน้ำหวาน ออกจากห้องขังมารับทราบหมายจับ โดยระหว่างที่เจ้าหน้าที่ตำรวจอ่านหมายจับ เจ้าตัวได้พยักหน้าตอบรับว่าตนเองเป็นผู้กระทำผิดจริง ก่อนจะลงนามรับทราบข้อกล่าวหา
หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้คุมตัวนายสัมพันธ์ออกจาก สภ.สว่างอารมณ์ ทันที โดยเมื่อผู้ต้องหาถูกคุมตัวออกมา ทีมข่าวได้พยายามสอบถามถึงแรงจูงใจในการก่อเหตุ ว่ามีการเตรียมการมาตั้งแต่แรกหรือไม่ เนื่องจากมีการเตรียมถุงมือและเสื้อผ้าสำหรับเปลี่ยน รวมถึงสอบถามกรณีที่มีรายงานว่า นายสัมพันธ์ไม่ได้เล็งน้องน้ำหวานเป็นเป้าหมาย แต่เป็นเด็กหญิงคนอื่น และมีสิ่งใดอยากจะพูดหรือไม่ แต่เจ้าตัวไม่ตอบคำถามสื่อ
จากนั้น ทีมข่าวได้สอบถามว่าขณะนี้รู้สึกเครียดหรือไม่ เจ้าตัวพยักหน้าตอบรับ รวมถึงเมื่อถูกถามว่าป่วยจิตเวชจริงหรือไม่ นายสัมพันธ์ก็พยักหน้าเช่นเดียวกัน ก่อนจะขึ้นรถของเจ้าหน้าที่ตำรวจไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ
ต่อมาเมื่อเวลา 13.20 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้คุมตัวนายสัมพันธ์มาถึงจุดเกิดเหตุ โดยพบว่า ในวันนี้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สภ.สว่างอารมณ์, สภ.ตลุกดู่ และ สภ.ทัพทัน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ ชรบ. และ อปพร. ลงพื้นที่บริเวณถนนสายบ่อยาง–หนองตะเคียน หมู่ 11 บ้านหนองสีเหลี่ยม ต.บ่อยาง อ.สว่างอารมณ์ จ.อุทัยธานี เพื่อป้องกันการรุมประชาทัณฑ์ของชาวบ้านทีทราบข่าวต่างมายืนดู
ทั้งนี้ พบว่ามีชาวบ้านที่ทราบข่าวการนำตัวผู้ก่อเหตุมาทำแผน เดินทางมาดูการทำแผนกว่า 100 คน โดยทันทีที่นายสัมพันธ์เดินทางมาถึง ชาวบ้านต่างตะโกนสาปแช่ง ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจคุมตัวลงจากรถ
สำหรับการทำแผนในวันนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำแผนเพียง 1 จุด คือบริเวณจุดเกิดเหตุ โดยเจ้าหน้าที่ให้ชาวบ้านหญิงรายหนึ่งสวมชุดนักเรียนหญิง เพื่อจำลองเป็น น.ส.สรัลพร ผู้เสียชีวิต และขี่รถจักรยานยนต์มายังจุดเกิดเหตุ
จากการทำแผน นายสัมพันธ์ ซึ่งซุ่มอยู่ในป่าข้างทาง ได้โผล่ออกมาตัดหน้ารถพร้อมใช้อาวุธมีดปลายแหลม ข่มขู่ผู้ตาย แต่ผู้ตายไม่ยอมจอดรถ และขับพุ่งชนผู้ก่อเหตุจนรถจักรยานยนต์ล้ม ส่งผลให้นายสัมพันธ์ได้รับบาดเจ็บบริเวณหัวเข่า อย่างไรก็ตาม นายสัมพันธ์ได้ลุกขึ้นเข้าไปจับแขนของผู้ตายที่นอนอยู่กับพื้น ขณะที่ผู้ตายพยายามร้องขอความช่วยเหลือ และจะวิ่งหลบหนี ทำให้นายสัมพันธ์ใช้อาวุธมีดฟันใส่ แต่ผู้ตายยกมือขึ้นป้องกันบริเวณใบหน้า ก่อนจะล้มลงกับพื้นและร้องขอความช่วยเหลือด้วยความตกใจ จากนั้น นายสัมพันธ์ได้ใช้อาวุธมีดฟันซ้ำบริเวณใบหน้า และแขนของผู้ตายหลายครั้ง จนกระทั่งผู้ตายล้มลง
หลังจากนั้น ผู้ก่อเหตุได้ลากรถจักรยานยนต์ของผู้ตายลงไปยังป่าข้างทาง ก่อนจะเดินมาหาผู้ตายซึ่งตอนนั้นผู้ตายยังคงมีสติอยู่จึงได้ดึงมือพร้อมใช้อาวุธมีดบังคับข่มขู่ให้ผู้ตายเดินตามไปยังป่าข้างทาง แต่เมื่อไปถึงจุดที่รถจักรยานยนต์ล้มอยู่ ผู้ตายไม่ยินยอมจึงจะวิ่งหนี จึงได้ฟันอีกครั้ง จนกระทั่งล้มลงกับพื้น และใช้มีดแทงผู้ตายบริเวณหน้าอกและลำตัวของผู้ตาย จนกระทั่งได้ยินเสียงรถกระบะของพ่อผู้ตาย ด้วยความตกใจ ก่อนจะวิ่งหนีได้หยิบโทรศัพท์มือถือของผู้ตาย และหลบหนีเข้าไปในป่าอีกฝั่งหนึ่ง ซึ่งตัวนายสัมพันธ์ได้มีการจอดรถจักรยานยนต์ไว้ ซึ่งอยู่ห่างออกไปประมาณ 500 เมตร ก่อน จะขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป
ภายหลังการทำแผนเสร็จสิ้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้คุมตัวนายสัมพันธ์กลับไปยัง สภ.สว่างอารมณ์ โดยตลอดระยะเวลาการทำแผน ชาวบ้านต่างพากันด่าทอและสาปแช่งผู้ก่อเหตุด้วยความไม่พอใจ เนื่องจากมองว่าเป็นคดีสะเทือนขวัญที่สร้างความสะเทือนใจและเป็นสิ่งที่คนในพื้นที่ยากจะยอมรับได้
หลังจากนั้นพล.ต.ต.วรวัฒน์ มะลิ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 รักษาราชการแทนผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุทัยธานี แถลงข่าวคดี น้องน้ำหวาน เพื่อปิดคดี โดยมีพ่อของผู้ตาย และพ่อของผู้ต้องหา ร่วมฟังการแถลงข่าว หลังจากแถลงข่าวเสร็จ นายสัมพันธ์ ผู้ก่อเหตุ ได้เข้ากราบขอโทษนายวิโรจน์ ผู้เป็นพ่อของผู้เสียชีวิต แต่ไม่ให้อภัย พร้อมกับลุกขึ้นแช่งว่าขอให้มึงตายแทนลูกกู








