เจ้าหน้าที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) จังหวัดชุมพร สนธิกำลังร่วมกับหลายหน่วยงาน เปิดปฏิบัติการตรวจสอบแรงงานต่างด้าวในพื้นที่สวนยางพารา หมู่ 4 ตำบลหินแก้ว อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร พบแรงงานชาวเมียนมาลักลอบทำงานโดยผิดกฎหมายจำนวน 6 ราย ก่อนขยายผลตรวจยึดอาวุธปืนและเครื่องกระสุน รวมถึงพบการใช้สารเสพติด
ปฏิบัติการดังกล่าวอยู่ภายใต้การอำนวยการของ พ.อ.นิพนธ์ อินใหม่ รองผู้อำนวยการ กอ.รมน.จังหวัดชุมพร (ท) และ พ.ต.กอบศักดิ์ นาคหาญ หัวหน้าชุด ชรต.403 (ช.พ.) โดยบูรณาการร่วมกับสำนักงานจัดหางานจังหวัดชุมพร นำโดย น.ส.สุวรรณี เชี๊ยกสาด นักวิชาการแรงงานปฏิบัติการ เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนภูธรจังหวัดชุมพร ตำรวจท่องเที่ยว สภ.ท่าแซะ ฝ่ายปกครองอำเภอท่าแซะ รวมถึงกำนันและผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่
จากการตรวจสอบพบแรงงานต่างด้าวสัญชาติเมียนมา จำนวน 6 ราย เป็นชาย 4 ราย และหญิง 2 ราย ประกอบด้วย นายวิน ตู อายุ 30 ปี, นางมิ เละ อายุ 27 ปี, นายตาน ลาย อายุ 46 ปี, นายเน ทู ลิน อายุ 32 ปี, นางยุ อายุ 50 ปี และนายโก ซอ อายุ 38 ปี
เจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหาทั้งหมดในความผิดฐาน “เป็นคนต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน” ตามพระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2560 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และ “เป็นคนต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต” ตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ.2522 ก่อนควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ท่าแซะ ดำเนินคดีและผลักดันกลับประเทศต้นทางต่อไป
จากการสอบสวน นายโก ซอ ให้การรับสารภาพว่า มีนายจ้างชาวไทยว่าจ้างให้กรีดยางพารา โดยนำขี้ยางไปขายแล้วแบ่งผลประโยชน์กันคนละครึ่ง ทำมาแล้วประมาณ 3 ปี และยอมรับว่าเสพยาเสพติดด้วย เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจค้นบ้านพัก พบกระสุนปืนขนาด .22LR จำนวน 23 นัด ซุกซ่อนอยู่ภายในขวดพลาสติก จึงตรวจยึดไว้เป็นหลักฐาน
ขณะที่ นายเน ทู ลิน ให้การว่า ลักลอบเข้ามาในประเทศไทยผ่านช่องทางธรรมชาติบริเวณจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ก่อนมาทำงานกรีดยางเป็นระยะเวลาประมาณ 5 วัน ส่วน นางมิ เละ ให้การว่าลักลอบเข้ามาเช่นเดียวกัน และทำงานกรีดยางร่วมกับนายวิน ตู มาแล้วประมาณ 4 เดือน โดยมีการนำขี้ยางไปขายและแบ่งรายได้กับนายจ้างชาวไทย
เจ้าหน้าที่ระบุว่า กลุ่มแรงงานดังกล่าวเข้ามาในลักษณะเป็นครอบครัวและเครือญาติ โดยมีนายจ้างชาวไทยเจ้าของสวนยางเกี่ยวข้องอย่างน้อย 3 ราย ซึ่งอยู่ระหว่างขยายผลดำเนินคดีเพิ่มเติม
นอกจากนี้ ในวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมยังได้ขยายผลเข้าจับกุม นางสาววันดี (สงวนนามสกุล) อายุ 39 ปี ชาวตำบลหินแก้ว อำเภอท่าแซะ พร้อมของกลางอาวุธปืนประดิษฐ์เองขนาด .22 จำนวน 1 กระบอก กระสุนปืนหลายชนิดรวม 9 นัด และเอกสารผลตรวจสารเสพติดจากโรงพยาบาลท่าแซะ โดยเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา “มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต” และ “เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมาย” ก่อนควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ท่าแซะ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป








