เจ้าของร้านโจ๊กดังขอนแก่นเข้าแจ้งความ หลังลูกค้าผมยาวขอเซ็นโจ๊ก 5 ถุงมูลค่า 250 บาทแต่ถูกปฏิเสธ ก่อนกลับมาข่มขู่ถึง 3 รอบ จอดรถขวางหน้าร้าน จับเอวคล้ายมีอาวุธ ทำลูกค้าและพนักงานหวาดผวา วอนตำรวจเร่งติดตามตัวตรวจสอบ
เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 8 มิ.ย.69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โลกโซเชียลมีเดียและเพจต่างๆ ทั่วทั้ง จ.ขอนแก่น ได้เผยแพร่ภาพจากผู้ใช้เฟซบุ๊ครายหนึ่ง ซึ่งได้โพสต์ภาพจากกล้องวงจรปิดภายในร้านโจ๊ก ก๋วยจั๊บ ต้มเส้น AP ข้างวิทยาลัยเทคโนโลยีภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ถ.บ้านกอก ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น เป็นภาพเหตุการณ์ลูกค้า ผมยาวตัวสูง สวมเสื้อสกรีนด้านหลังเป็นชื่อหน่วยงานของตำรวจในจังหวัดขอนแก่น (บก.สส.ภ.4) ขับรถยนต์มาจอดอยู่ที่หน้าร้านแล้วสั่งโจ๊ก 5 ถุง แต่บอกว่าขอเซ็นต์เนื่องจากไม่มีเงิน แต่ถูกทางเจ้าของร้านปฏิเสธเนื่องจากมียอดเงินที่สูง ทำให้ผู้ก่อเหตุที่เป็นลูกค้าผมยาวไม่พอใจ นั่งจ้องหน้า ในลักษณะข่มขู่ พร้อมกับบอกเจ้าของร้านว่ามึงไม่รู้เหรอกูเป็นใครไปถามแม่มึงดูว่ากูเป็นใคร ซึ่งเจ้าของร้านก็พยายามไม่โต้ตอบและพยายามถามว่าจะเอากี่ถุงจะเอาอะไรบ้างจะซื้อหรือไม่ซื้อ ก่อนที่ลูกค้าผมยาวที่ก่อเหตุจะเดินขึ้นรถและยังพูดข่มขู่รวมทั้งด่าทอด้วยถ้อยคำหยาบคายแล้วขับรถออกไป สักพักขับรถอีกคันมาชะลอที่ฝั่งตรงข้ามร้าน ซึ่งลูกค้ามองเข้าไปทะลุกระจกเห็นว่าเป็นคนเดียวกันกับที่มีปัญหา จึงเช็คบิลกลับก่อนเพื่อความปลอดภัย
โดยในขณะที่เจ้าของร้านมาคิดเงินชายดังกล่าวก็ขับรถไปยูเทิร์นกลับมาจอดที่หน้าร้านขวางถนน แล้วมาสั่งโจ๊กก่อนจะนั่งจ้องหน้าเจ้าของร้านอีกครั้ง และก็พูดในทำนองข่มขู่เหมือนเดิม ซึ่งครั้งนี้มีพฤติกรรมที่จับบริเวณเอวอยู่เป็นระยะตลอดเวลา คล้ายกับมีอาวุธอยู่ติดตัว คนที่ใช้ดังกล่าวจะเดินมาข่มขู่เจ้าของร้านอีกครั้งและพูดก่อนจะเดินขึ้นรถออกไปว่าเดี๋ยวมึงเจอกู ก่อนจะขับรถเก๋งออกไป และกล้องวงจรปิดยังจับภาพได้อีกว่ารถเก๋งคันดังกล่าวได้ขี่ย้อนกลับมารอบที่สามแต่รถเยอะจึงไม่สามารถจอดได้และขับออกไป โดยเจ้าของร้านได้นำกล้องวงจรปิดเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวนสภ. เมืองขอนแก่นที เนื่องจากเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยของที่ร้านและลูกค้าที่มานั่งกินที่ร้านด้วย
ในเวลาต่อมาผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปยังจุดเกิด และได้พบกับ นายวิศวชิต (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 35 ปี เจ้าของร้านโจ๊ก ก๋วยจั๊บ ต้มเส้น AP ซึ่งได้พาผู้สื่อข่าวเดินดูจุดเกิดเหตุและยัง เปิดบริการให้ลูกค้าสามารถนั่งรับประทานที่ร้านได้ตามปกติ
นายวิศวชิต กล่าวว่า ขณะเกิดเหตุกำลังขายอาหารตามปกติ มีลูกค้าผมยาวในคลิปเดินเข้ามาและยกมือไหว้ ทักทาย ซึ่งตนเองก็เป็นคนอารมณ์ดี ก็พูดเชิญและถามว่าวันนี้รับอะไรดีครับลูกพี่ โดยลูกค้าบอกว่าเอาโจ๊ก 5 ถุงแต่ไม่มีเงินจ่าย พร้อมกับขอเซ็นต์เอาไว้ ซึ่งตนเองมองว่าเป็นมูลค่าที่สูงจึงปฏิเสธไปว่าไม่ได้ บอกลูกน้องว่าอย่าพึ่งตัก เพราะเราไม่รู้ว่าจริงสั่งหรือแค่มากวน โดยพยายามใจดีสู้เสือบอกให้พี่นั่งก่อน ส่วนในร้านก็มีลูกค้าเยอะจึงเร่งตักอาหารบริการลูกค้าที่มาสั่ง โดยลูกค้าก็พูดบ่อยขึ้นว่าไม่มีเงินจ่าย ตนเองก็พูดดีดีว่าทำแบบนี้ไม่ได้และลูกค้าคนนี้ก็ยังไม่ไป ตนเองจึงถามว่าจะเอายังไง เพราะเริ่มมีอารมณ์แล้วเพราะว่าไม่สั่งสักทีและพูดจะไม่จ่ายเงิน
"ลูกค้าบอกว่า มึงคิดว่ากูไม่มีเงินใช่ไหม ก่อนจะไปที่รถซึ่งทีแรกตนเองคิดว่าจะไปเอาตังค์มาจ่าย แต่ลงจากรถมาก็ยังไม่จ่ายแล้วมาพูดข่มขู่ว่าโทรหาแม่หน่อย ถามแม่เลยว่ารู้จักกูมั้ย 250 บาท มึงคิดว่ากูไม่มีเงินหรอ ก็จะยึกยักอยู่หน้าร้านจะขึ้นรถก็ไม่ขึ้นเดินวนไปวนมา กว่าจะขึ้นรถขับออกไปสักพักชายดังกล่าวขับรถมาฝั่งตรงข้ามร้านมีลูกค้าที่นั่งทานอยู่ที่ร้านบอกตนเอง ว่าลูกค้าคนเดิมกลับมาแต่เปลี่ยนรถคันใหม่ เพราะว่าส่องทะลุกระจกเข้าไปเห็นจำหนวดได้ ก่อนที่ลูกค้าจะขอคิดเงินเพราะว่าตกใจว่ากลัวจะเป็นเหตุการณ์บานปลาย กระทั่งชายดังกล่าวขับรถกลับมาจอดที่ฝั่งหน้าร้าน แล้วเดินมาสั่งบอกว่าเอาโจ๊กหน่อยก่อนจะไปนั่งที่โต๊ะแล้วนั่งจ้องหน้าตัวเอง และลักษณะเหมือนมีบางอย่างอยู่ที่บริเวณเอว ตอนแรกก็ไม่คิดว่าจะเป็นอาวุธ แต่เริ่มตั้งข้อสงสัยว่าโกรธอะไรขนาดนั้นเงินแค่ 250 มันเสียฟอร์มหรือว่าอะไร ซึ่งนั้นก็เริ่มตกใจจึงเดินไปถามว่าจะเอาอะไรครับ แต่ชายดังกล่าวกลับบอกว่าเดี๋ยวมึงเจอกู แล้วขึ้นรถเก๋งขับออกไปแล้วสักพักก็เห็นขับวนกลับมาชะลออยู่ที่หน้าร้านแต่ลงจากรถไม่ได้จึงขับรถออกไป"
นายวิศวชิต กล่าวต่ออีกว่า หลังเกิดเหตุรู้สึกว่าเริ่มไม่ปลอดภัย เพราะมีทั้งตนเอง พนักงานที่ร้าน และลูกค้า กลัวจะเกิดอันตราย จึงรวบรวมคลิปวงจรปิดเข้าแจ้งความกับตำรวจสภ.เมืองขอนแก่น อีกทั้งได้ข้อมูลของผู้ก่อเหตุจากพลเมืองที่เห็นตนเองโพสต์คลิปไป เข้ามาให้ข้อมูลว่าคนนี้คือนายไก่ และยังมีข้อมูลที่บอกว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับหน่วยตำรวจ ซึ่งพฤติกรรมเช่นนี้ไม่ควรเกิด และเป็นพฤติกรรมที่ก่อเหตุมาแล้วหลายครั้ง โดยชื่อและภาพนั้นที่ได้มาตรงกัน จึงอยากให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ หาวิธีการป้องกันเหตุการณ์นี้ และสร้างความมั่นใจให้ว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์ขึ้นอีก เพราะตอนนี้ทั้งร้านขวัญเสียกันหมด จึงได้ตัดสินใจเข้าแจ้งความและได้ให้ข้อมูลเบาะแสต่างๆกับทางเจ้าหน้าที่ทั้งหมดแล้ว








