ชาวบ้านตำบลบัวใหญ่ กว่า 8 หมู่บ้าน เผชิญความเดือดร้อนหลังสะพานบ้านทัพม่านถูกน้ำหลากพัดขาดเป็นครั้งที่ 3 ทำให้ต้องเดินลุยน้ำข้ามลำน้ำไปโรงเรียนและทำงาน ขณะที่ประชาชนเรียกร้องหน่วยงานรัฐเร่งสร้างสะพานถาวรเพื่อความปลอดภัยและแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน
วันที่ 8 มิ.ย.69 ชาวบ้านตำบลบัวใหญ่ อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน กำลังเผชิญความเดือดร้อนอย่างหนัก หลังสะพานบ้านทัพม่าน ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญในการสัญจรข้ามลำน้ำสาขาของลำน้ำแหง ถูกกระแสน้ำพัดขาดอีกครั้ง จากฝนตกหนักและน้ำไหลเชี่ยว เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา ส่งผลให้ประชาชนกว่า 8 หมู่บ้าน ต้องใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก ทั้งการเดินทางไปโรงเรียน ทำงาน และเข้าพื้นที่การเกษตร
สะพานแห่งนี้ เคยถูกน้ำซัดขาดครั้งใหญ่ตั้งแต่ช่วงอุทกภัยจากพายุ “วิภา” เมื่อปี 2568 ก่อนจะมีการซ่อมแซมเพื่อให้สามารถใช้งานได้ชั่วคราว กระทั่งเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2569 ได้เกิดฝนตกหนักและน้ำหลากเข้าซัดสะพานเสียหายอีกครั้ง โดยทางอำเภอนาน้อยได้เร่งดำเนินการทำสะพานชั่วคราวเพื่อให้ประชาชนสามารถสัญจรผ่านได้
แต่ล่าสุด กระแสน้ำที่เพิ่มสูงและไหลเชี่ยวจากฝนตกหนักเมื่อวันที่ 5 มิถุนายนที่ผ่านมา ได้พัดสะพานขาดซ้ำอีกเป็นรอบที่ 3 ทำให้ชาวบ้านต้องเดินเท้าข้ามลำน้ำด้วยความเสี่ยงอันตราย โดยเฉพาะในช่วงที่ระดับน้ำเพิ่มสูงและกระแสน้ำรุนแรง
นางธัญลักษณ์ พีระภิญโญกุล ชาวบ้านในพื้นที่ เปิดเผยว่า ขณะนี้ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก โดยเฉพาะผู้ปกครองที่ต้องพาลูกหลานเดินข้ามลำน้ำไปโรงเรียนทุกวัน
“บางวันน้ำแรงมาก ต้องอุ้มลูก แบกขึ้นหลัง เดินลุยน้ำข้ามไปส่งโรงเรียน รู้สึกกลัวตลอด เพราะถ้าน้ำขึ้นหรือพลาดล้ม อาจเกิดอันตรายได้ อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยแก้ไขอย่างจริงจัง ไม่อยากได้สะพานชั่วคราวที่พอน้ำมาก็พังอีก ชาวบ้านอยากได้สะพานที่แข็งแรง ใช้งานได้จริง และรองรับกระแสน้ำได้อย่างยั่งยืน” นางธัญลักษณ์ กล่าว
ล่าสุด นายประสิทธิ์ โนทะ สส.น่าน เขต 2 พรรคกล้าธรรม พร้อมด้วย นายอรุณ พรมภิระ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบัวใหญ่ และ นายนัด พรมใจ สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน อำเภอนาน้อย ได้ลงพื้นที่สำรวจสภาพความเสียหาย พร้อมรับฟังปัญหาความเดือดร้อนจากประชาชนในพื้นที่อย่างใกล้ชิด
ทั้งนี้ นายประสิทธิ์ โนทะ สส.น่าน เขต 2 ได้เร่งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือประชาชนอย่างเร่งด่วน พร้อมผลักดันการแก้ไขปัญหาในระยะยาว เพื่อให้ชาวบ้านมีสะพานที่มั่นคง แข็งแรง และสามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัยในทุกฤดูน้ำหลาก








