หลังจากเผชิญเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักหน่วง ตลอดหลายวันที่ผ่านมา ในที่สุด “อนุทิน ชาญวีกูล” นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย สั่งให้ยกเลิกเกณฑ์การใช้ชื่อพ่อ-แม่ไปหักลดหย่อนภาษี แล้ว
เพื่อแก้ปัญหาดรามาและเสียงวิจารณ์อย่างหนักจากสังคมและฝ่ายค้าน กรณีที่ลูกนำชื่อพ่อ-แม่ไปลดหย่อนภาษี จนทำให้พ่อแม่เสียสิทธิ์ในโครงการสวัสดิการแห่งรัฐ หรือ “บัตรคนจน” !
ก่อนที่นายกฯอนุทิน จะยกคณะเดินทางไปเยือนเวียดนาม เช้าวันนี้ มีรายงานข่าวปรากฏตั้งแต่เมื่อคืนว่า นายกฯจะสั่งให้กระทรวงการคลัง แถลงประเด็นดังกล่าว โดยให้เหตุผลว่า “รัฐบาลรับฟังเสียงประชาชน”
และนี่จึงเป็นที่มา ที่ทำให้ “เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ” รองนายกฯและรมว.คลัง แถลงข่าวชี้แจงต่อสื่อ ก่อนออกเดินทางไปพร้อมคณะนายกฯ มุ่งหน้าสู่ฮานอย
โดยเอกนิติ ชี้แจงว่า เรื่องนี้กระทรวงการคลังจะนำกลับไปทบทวน ซึ่งได้หารือกับนายกฯต่อประเด็นที่สังคมและประชาชนเป็นห่วง เรื่องเกณฑ์ ผู้ที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่บุตรได้นำไปใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษี ในช่วงที่ผ่านมา และถูกตัดสิทธิ์
กระบวนการในการทบทวน มี คณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม จะไปพิจารณาทบทวนตามข้อสั่งการของนายกฯ กรณีอาจจะไม่เป็นธรรมกับพ่อ-แม่ลูกที่ลูกไปแอบอ้างใช้สิทธิ์ แล้วตัวเองต้องขาดสิทธิ์ ซึ่งได้มอบกระทรวงการคลังนำเรื่องไปพิจารณาในคณะกรรมการชุดดังกล่าว เพื่อทบทวนสิทธิ์ในข้อนี้
แน่นอนว่าการ “ถอย” ของนายกฯอนุทิน ที่สั่งการไปยัง กระทรวงการคลัง ครั้งนี้ย่อมถือว่าเป็นการ “ดับไฟ” ไม่ให้ “ลามทุ่ง” ไปมากกว่านี้ ในจังหวะที่รัฐบาล ซึ่งนำโดยพรรคภูมิใจไทยเพิ่งเข็นโครงการไทยช่วยไทยพลัส ออกมา “ทำแต้ม” กระตุ้นเศรษฐกิจ ลดค่าครองชีพ ให้กับประชาชน จนนำไปสู่การขานรับโครงการกันอย่างคึกคัก ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย.ที่ผ่านมา
เพราะหากย้อนกลับไปก่อนหน้านี้หลายวัน ย่อมพบว่า เสียงวิพากษ์วิจารณ์จาก “ฝ่ายค้าน” มีน้ำหนักในฐานะ “ฝ่ายตรวจสอบ” และฝ่ายตรงข้ามกับรัฐบาล แต่เมื่อต้องเผชิญกับ “ข้อสังเกต” ที่มาจาก นักวิชาการ และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง คือเสียงจากประชาชน ทั้งเรื่องการผลักภาระและทำให้ครอบครัวต้องขัดแย้งกันเอง และถูกมองว่าเป็นเกณฑ์ที่ไม่เป็นธรรม เป็นการแก้ปัญหาเศรษฐกิจที่ตัดสิทธิ์ “ผู้เปราะบาง” อย่างแท้จริง
การถอยกลับมาทบทวน และนำไปสู่การยกเลิกเกณฑ์ที่กำลัง “สร้างปัญหา” ให้กับ ทั้งลูก ไปจนถึง พ่อ-แม่ ในการได้รับสิทธิ์ บัตรคนจนครั้งนี้ กำลังสะท้อนความเป็นจริงที่จะถูกนำมาวิพากษ์วิจารณ์ซึ่งจะกระทบต่อ “ความเชื่อมั่น” ที่ประชาชน มีต่อรัฐบาลอย่างแน่นอน
นั่นคือการออกมาตรการ หรือโครงการต่างๆของรัฐบาล แล้วพบ “ปัญหา” และ “ช่องโหว่” ที่จะซ้ำเติมประชาชน เช่นนี้ ทั้งนายกฯและครม.ทั้งคณะ จะต้อง “ทบทวน” ตัวเองด้วยเช่นกันหรือไม่ !?








