ปธ.สภาอุตสาหกรรมตราดศก.ตราดขาดช่วงหลังท่องเที่ยวอยู่ช่วงโลว์ซีซั่น ชายแดนทรุดยังไม่เปิด แต่ภาคเกษตรช่วย ชี้โครงการไทยช่วยไทยกระตุ้นได้หลังคนละครึ่งดันได้มาก ส่วนคลังจ.ตราดชี้เศรษฐกิจปี 69 เติบโตกว่า 3%
นายสุทธิลักษณ์ คุ้มครองรักษ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดตราดเปิดเผยว่า ภาพรวมของเศรษฐกิจจังหวัดตราดในช่วงต้นปี 2569 ที่ผ่านมา อยู่ในช่วงซบเซาเนื่องจากภาคการท่องเที่ยวอยู่ในช่วงโลว์ซีซั่น และภาคค้าชายแดนอยู่ช่วงปิดจุดผ่านแดนถาวรที่บ้านหาดเล็กทำให้การค้าขายในจังหวัดตราดไม่ได้ แต่ภาคการเกษตรของจังหวัดตราดยังเติบโตและยังทำให้เศรษฐกิจตราดยังเดินอยู่ได้ ซึ่งหากยังสามารถรักษาสภาพเศรษฐกิจไปได้ภาคอุตสาหกรรมก็จะมาดันเศรษฐกิจตราดต่อไป แต่ขอให้ราคาผลไม้ราคาไม่ตกลงไปเท่านั้น ซึ่งเมื่อเช่นนี้ไปได้จนถึงเดือนตุลาคม ภาคท่องเที่ยวจะกลับมาและดันเศรษฐกิจของจังหวัดตราดเติบโตต่อไปได้ อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางยุติลงเร็วการท่องเที่ยวของจังหวัดตราดก็จะกลับมาดีอีกครั้ง เนื่องจากขณะนี้นักท่องเที่ยวต่างชาติมีทั้งที่ยกเลิกเดินทางมาและบางส่วนก็ขยายการเดินทางออกไป แต่ถ้ายุติลงได้จะส่งผลดีจากอัตราค่าเงินที่ลดลง และจะทำให้ตราดกลับมาสู่การเติบโตทางการท่องเที่ยวอีกครั้งหนึ่งในช่วงปลายปี 2569
“แต่สิ่งที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจของจังหวัดตราดก็คือ โครงการไทยช่วยไทยพลัสที่รัฐบาลกำลังดำเนินการอยู่ซึ่งหากย้อนไปในโครงการคนละครึ่งพลัสจะพบว่าในรอบที่ผ่านมา จังหวัดตราดมีเงินหมุนเวียนในโครงการนี้ระหว่าง 500-800 ล้านบาทเป็นไปได้ว่าโครงการนี้รัฐบาลเพิ่มเป็น 60:40 จะทำให้กระตุ้นการใช้จ่ายได้มากถึง 500-1,000 ล้านบาท ซึ่งเมื่อมีทำโครงการทำให้ธุรกิจการค้าในจังหวัดตราดมีเงินหมุนเวียนไปมา และสร้างความเติบโตได้ถึง 10% และครั้งนี้ น่าจะได้ไม่ต่ำกว่า 10% หรือมากกว่านั้น”ประธานสภาอุตสาหกรรมจ.ตราด
ขณะสำนักงานคลังจังหวัดตราด โดยนางสุณีวรรณ นอบไทย รายงานว่า เศรษฐกิจจังหวัดตราดตามที่สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เศรษฐกิจจังหวัดตราดในปี 2568 สะท้อนภาพการฟื้นตัวที่ยังไม่แข็งแรง โดยมีลักษณะสำคัญคือ“ขยายตัวจากด้านการผลิต แต่ด้านการใช้จ่ายยังอ่อนแรง” กล่าวคือ เศรษฐกิจยังสามารถเติบโตได้จากภาคการผลิต โดยเฉพาะภาคเกษตรกรรมที่เป็นฐานสำคัญของจังหวัด ขณะที่กำลังซื้อ การลงทุน และกิจกรรมทางเศรษฐกิจด้านอุปสงค์ยังถูกกดดันจากปัจจัยเสี่ยงหลายด้าน
ปี 2569 เศรษฐกิจจังหวัดตราดมีแนวโน้มขยายตัวในอัตราชะลอลง โดยคาดว่าจะเติบโตร้อยละ 1.5 สะท้อนการฟื้นตัวที่ยังเปราะบาง โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจากด้านการผลิต โดยภาคเกษตรกรรมขยายตัวร้อยละ 6.3 จากการเพิ่มขึ้นของผลผลิตสินค้าเกษตรสำคัญ เช่น ทุเรียน ปาล์มน้ำมัน สับปะรดตราดสีทอง และสัตว์น้ำขึ้นท่า อย่างไรก็ตาม การขยายตัวดังกล่าวยังถูกจำกัดจากความผันผวนของสภาพอากาศ และราคาสินค้าเกษตรหลายชนิดที่ปรับลดลง ส่งผลให้รายได้เกษตรกรปีนี้มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย ขณะที่ภาคอุตสาหกรรมยังคงหดตัวร้อยละ -1.7 จากการชะลอการลงทุนและการปรับโครงสร้างโรงงาน และภาคบริการหดตัวร้อยละ -3.7 ตามการลดลงของจำนวนนักท่องเที่ยวและกิจกรรมทางเศรษฐกิจในพื้นที่ จากผลกระทบของปัจจัยภายนอก ทั้งความขัดแย้งในตะวันออกกลางและสถานการณ์ชายแดนที่กระทบต่อความเชื่อมั่นและการเดินทาง ส่วนด้านการใช้จ่าย ปีนี้การค้าชายแดนหดตัวอย่างมากร้อยละ -20 จากการปิดด่านส่งผลให้มูลค่าการค้าและกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เกี่ยวเนื่องลดลง ประกอบกับการบริโภคภาคเอกชนที่หดตัวเล็กน้อยร้อยละ -0.3 ตามกำลังซื้อที่อ่อนแอจากรายได้ที่ลดลง
นางสุณีวรรณ ชี้ว่า เศรษฐกิจจังหวัดตราดในปี 2569 สะท้อนภาพ “การเติบโตที่ชะลอและเปราะบาง” โดยภาคเกษตรยังเป็นแรงขับเคลื่อนหลักจากปริมาณผลผลิตที่เพิ่มขึ้น แต่ถูกกดดันจากราคาที่ลดลง ขณะที่ภาคบริการหดตัวจากปัจจัยภายนอก และด้านการใช้จ่ายยังอ่อนแรง แม้ภาครัฐช่วยพยุงเศรษฐกิจ แต่ยังไม่เพียงพอ ทำให้เศรษฐกิจยังไม่เติบโตเท่าที่ควรจะเป็น
สำหรับการใช้จ่ายผ่านโครงการไทยช่วยไทยของจังหวัดตราด สำนักงานคลังจ.ตราดสรุปถึงวันที่ 4 มิถุนายน 2569 พบว่า มียอดมาใช้จ่ายแล้ว 24.35 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นจับจ่ายในอาหารและเครื่องดื่ม จำนวน 9.90 ล้านบาท ร้านค้าทั่วไปและอื่นๆ 6.51 ล้านบาท,ร้านธงฟ้า 7.82 ล้านบาท และร้านโอท๊อป 0.13 ล้านบาท
ภูมิภาค24








