วันที่ 5 มิถุนายน 2569 ที่บริเวณคลองนา ซอย 2 บ้านแหลมกลัด ต.แหลมกลัด อ.เมือง จ.ตราด นางหฤทัย เพ่งประถม นายกอบต.แหลมกลัดร่วมกับ นายกุณสมบัติ ศิริสมบัติ ประมงจังหวัดตราด ร่วมทำกิจกรรม“ลงแขก ลงคลอง ล่าปลาหมอคางดำ”หลังพบแพร่พันธ์ุในพื้นที่ตำบลแหลมกลัดจำนวนมากในแหล่งน้ำโดยเฉพาะในคลองท่าน้ำ หมู่ 2 ทำให้ทาง อบต.แหลมกลัดต้องทำการรณรงค์ในการจับปลาหมอคางดำมาแล้ว อย่างไรก็ตาม ยังมีปลาหมอคางดำอยู่ในพื้นที่ทางอบตฐแหลมกลัด และสำนักงานประมงจังหวัดตราดจึงได้จัดกิจกรรมเพื่อรณรวค์จับปลาหมอคางดำอีกครั้งหนึ่ง
นางหฤทัย กล่าวว่า การจัดกิจกรรมครั้งนี้เพื่อรณรงค์กำจัดปลาหมอคางดำให้เหลือในพื้นที่ให้น้อยที่สุด และให้ทางชาวแหลมกลัดเข้ามามีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมครั้งนี้ จึงใช้กิจกรรม“ลงแขก ลงคลอง ล่าปลาหมอคางดำ”เป็นกิจกรรมเพื่อสร้างความร่วมมือระหว่างอบต.แหลมกลัดกับชาวแหลมกลัดในพื้นที่ ซึ่งอบต.แหลมกลัดจะรับซื้อปลาหมอคางดำราคา 10 บาท/กก.ส่วนผู้ชนะเลิศจับปลาหมอคางดำได้น้ำหนักมากที่สุดจะได้รับรางวัลเงินสด 2,000 บาท อันดับ 2 ได้ 1,000 บาทและอันดับ 3 ได้ 500 บาท
สำหรับการจัดกิจกรรมครั้งนี้ มีชาวบ้านแหลมกลัดที่เป็นชาวประมงมาสมัครแข่งขันจำนวน 12 คน รวมทั้งนายศุภกิต จันทเสนสกุล อินฟลูเรนเซอร์ชื่อดัง เจ้าของเพจวิถีพื้นบ้าน โดยมีผู้ติดตามกว่า 5.8 แสนคนมาร่วมแข่งขันเพื่อประชาสัมพันธ์กิจกรรมครั้งนี้ด้วย ซึ่งผู้แข่งขันใช้เครื่องมือหลากหลายชนิด เช่น สวิง แห และอวน โดยแหได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานประมงจังหวัดตราด
หลังจากผู้ร่วมกิจกรรมถ่ายรูปร่วมกันแล้วนายกอบต.แหลมกลัดได้ทำการปล่อยตัวให้ผู้แข่งขันทั้ง 12 คนลงจับปลาหมอคางดำตามที่ถนัดและในพื้นที่ลำคลองท่าน้ำ ซึ่งอยู่ระหว่างน้ำลง และเพียง 3 นาที นายสุนทร อยู่เกื้อใช้แหทอดปลาหมอคางดำได้มาจำนวน 2 ตัว และหลังจากนั้นอีก 10 นาที ก็ได้ปลาดุกทะเลขนาดความยาวกว่า 1 ฟุตพร้อมปลาหมอคางดำอีก 1 ตัวขึ้นมาได้อีก
ขณะที่ผู้แข่งขันรายอื่นๆก็สามารถจับปลาหมอคางดำได้จำนวนหนึ่ง โดยทุกคนสามารถจับปลาหมอคางดำได้ และนำมาชั่งในรอบแรก พบว่า นายจักรพล เรืองนามได้ปลาหมอคางดำมากที่สุด ได้น้ำหนัก 1.80 กก. นายชนะสิทธิ์ ตะพองมาตร ได้ 1.60 กก. และนายฤทธิชัย อภิบาลศรี ได้ 1.25 กก.และเป็นที่น่าสังเกตว่า ปลาหมอคางดำที่จับได้ในรุ่นนี้ มีขนาดเล็กลง ซึ่งจากระยะเวลาที่พบปลาหมอคางดำตัวแรกเมื่อปีที่แล้ว มาถึงช่วงนี้ ประเมินว่าเป็นรุ่นที่ 3 หรือ 4 ของวงจรชีวิตปลาหมอคางดำที่มีวงจรชีวิตประมาณ 3-4 เดือน ซึ่งหลังจากนักวิชาการประมงได้ตรวจสอบพบว่า ที่ปากของปลาหมอคางดำมีไข่ปลาหมออยู้จำนวนมาก และพร้อมที่จะแพร่พันธ์ุในคลองท่าน้ำทันที สำหรับ นายศุภกิต จันทเสนสกุล อินฟลูเรนเซอร์ชื่อดัง เจ้าของเพจวิถีพื้นบ้าน ที่มาร่วมแข่งขันครั้งนี้ และนำเพื่อนๆมาจับโดยใช้แหปรากฏว่า สามารถจับได้เพียง 3 ตัวเท่านั้น
นางหฤทัย กล่าวว่า การรณรงค์จับปลาหมอคางดำครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 แล้ว หลังจากพบปลาหมอคางดำในคลองท่าน้ำ ซึ่งครั้งนี้พบว่า จำนวนปลาหมอคางดำมีจำนวนน้อยลง และปลามีขนาดเล็กลงซี่งสะท้อนถึงความสำเร็จในการกำจัด ซึ่งกิจกรรมครั้งนี้ประสบความสำเร็จด้วยดี และเชื่อว่าในไม่ช้านี้ปลาหมอคางดำจะหมดไปในพื้นที่ นอกจากนี้ ชาวประมงของตำบบแหลมกลัดยังได้นำปลาหมอคางดำมาใช้เป็นเหยื่อล่อปลา และอีกส่วนหนึ่งก็นำมาปรุงอาหารด้วย
ด้านนายกุณสมบัติ กล่าวว่า หลังจากจังหวัดตราดได้พบปลาหมอคางดำเมื่อปี 2568 ครั้งแรก 1 ตัว และเริ่มพบอีกจำนวน 3 ตัว และพบอีกครั้งในเดือนมีนาคม 2569 จำนวน 23 ตัว ซึ่งเมื่อพบจำนวนมากขนาดนี้ ทางประมงจังหวัดตราดจึงประเมินว่า ปลาหมอคางดำจะมีการแพร่พันธ์เพิ่มขึ้น จึงเริ่มดำเนินการรณรงค์ป้องกันด้วยการจัดกิจกรรมจับปลาหมอคางดำที่พบในคลองท่าน้ำ ในวันที่ 18 พฤษภาคม 2569 สามารถได้ 80 กว่ากก.ซี่งนับว่ามาก และครั้งที่ 2 ทำในในันที่ 28 พฤษภาคม 2569 จับได้อีก 7 กก. และวันนี้จับได้ไม่ถึง 5 กก.ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า สถานการณ์ครั้งนี้ดีขึ้นและสามารถกำจัดอย่างได้ผล และจากการสำรวจการแพร่พันธ์ในพื้นที่อื่นๆนั้น ยังไม่พบไปแพร่ระบาดที่ไหน และทางประมงจังหวัดตราดได้ตั้งอาสาหมู่บ้านเพื่อรายงานการพบเห็นปลาหมอคางดำ ซึ่งขณะนี้ยังไม่พบว่าแพร่พันธ์ที่ไหนอีก ขณะเดียวกันศูนย์วิจัยประมงชายฝั่งจ.ตราดได้ทำการวิจัย และพบว่า ปลาหมอคางดำยังไม่แพร่พันธ์ไปยังแหล่งน้ำอืนๆ โดยเฉพาะในแหล่งน้ำจืดทั้งในแม่น้ำและอ่างเก็บน้ำที่มีการสำรวจแล้วแต่ไม่พบ








