วันที่ 6 มิถุนายน 2569 ความคืบหน้าคดีคนร้าย 2 คน บุกทำร้าย “หนุ่มนครปฐม” 1 ใน 9 เซียนพระชื่อดัง ภายในห้อง VIP ร้านอาหารย่านชัยพฤกษ์ จังหวัดนนทบุรี เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2568 จนได้รับบาดเจ็บสาหัส มีภาวะเลือดออกในสมองและต้องเข้ารับการรักษาตัวเป็นเวลานาน แม้ผู้เสียหายจะเข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.ชัยพฤกษ์ แต่ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุได้
ล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว 1 ราย หลังชุดสืบสวนจังหวัดนนทบุรีและตำรวจสืบสวนภาค 1 เร่งรวบรวมพยานหลักฐานจากภาพกล้องวงจรปิดและคำให้การของพยานในที่เกิดเหตุ จนสามารถขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องได้ที่ สภ.ชัยพฤกษ์ จังหวัดนนทบุรี พ.ต.อ.พูนสุข เตชะประเสริฐพร ผู้กำกับการสืบสวน 1 พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนภาค 1 ร่วมกับ พ.ต.อ.วุฒิชัย สุคนธวิท ผู้กำกับการ สภ.ชัยพฤกษ์, พ.ต.ท.อัครภัส จายะวานิช รองผู้กำกับการสืบสวน สภ.ชัยพฤกษ์ และ พ.ต.ท.ฉัฐวัฒน์ สิริเบญจศักดิ์ สารวัตรสืบสวน สภ.ชัยพฤกษ์ ร่วมกันจับกุม นายอัตถ์พล (สงวนนามสกุล) อายุ 51 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดนนทบุรี ที่ จ.672/2569 ลงวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 ในข้อหา “ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัส”
พร้อมกันนี้ เจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดของกลาง 2 รายการ ได้แก่ รถจักรยานยนต์ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่น XMAX สีดำ ทะเบียนกรุงเทพมหานคร ซึ่งใช้เป็นพาหนะในการก่อเหตุ และหมวกนิรภัยสีดำที่สวมใส่ในวันเกิดเหตุ เพื่อนำไปประกอบสำนวนคดี การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเบาะแสว่าผู้ต้องหาหลบซ่อนตัวอยู่บริเวณบ้านพักในหมู่บ้านแห่งหนึ่งในตำบลพันท้ายนรสิงห์ อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร จึงนำกำลังเข้าตรวจสอบ และพบตัวผู้ต้องหาซึ่งมีตำหนิรูปพรรณตรงตามหมายจับ เมื่อแสดงหมายจับให้ตรวจสอบ ผู้ต้องหาให้การยอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง และไม่เคยถูกจับกุมในคดีดังกล่าวมาก่อน
จากการสอบสวนเบื้องต้น นายอัตถ์พลให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา พร้อมยอมรับว่ารถจักรยานยนต์และหมวกกันน็อกที่เจ้าหน้าที่ตรวจยึดเป็นของตน และใช้ในวันก่อเหตุจริง ก่อนถูกควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ชัยพฤกษ์ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
ด้าน พ.ต.ท.ธีรพงศ์ ประจักษ์จิตร์ รองผู้กำกับการ (สอบสวน) สภ.ชัยพฤกษ์ เปิดเผยว่า คดีดังกล่าวเกิดขึ้นภายในร้านอาหารแห่งหนึ่งในพื้นที่รับผิดชอบ โดยผู้เสียหายถูกทำร้ายบริเวณศีรษะจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ก่อนเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุ 2 ราย ซึ่งขี่รถจักรยานยนต์เข้ามาก่อเหตุและหลบหนีไป
หลังจากฝ่ายสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานอย่างต่อเนื่อง จนสามารถขอศาลออกหมายจับได้ กระทั่งสามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหาได้ 1 ราย พร้อมของกลางสำคัญที่เกี่ยวข้องกับคดี อย่างไรก็ตาม แม้ผู้ต้องหาจะอ้างว่าสาเหตุของการก่อเหตุมาจากปัญหาขับรถปาดหน้ากัน แต่พนักงานสอบสวนยังไม่ปักใจเชื่อในคำให้การดังกล่าว โดยขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบเส้นทางการเงิน บัญชีธนาคาร และบุคคลที่มีการติดต่อกับผู้ต้องหาก่อนและหลังเกิดเหตุ เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงในทุกมิติ รวมถึงประเด็นที่สังคมตั้งข้อสังเกตว่าอาจมีการว่าจ้างให้ลงมือก่อเหตุหรือไม่
เบื้องต้น พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหา “ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัส” ก่อนนำตัวส่งฝากขังต่อศาลจังหวัดนนทบุรี พร้อมคัดค้านการประกันตัว ส่วนการอนุญาตปล่อยชั่วคราวจะขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาล นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบประวัติอาชญากรรมของผู้ต้องหาเพิ่มเติม หลังให้ข้อมูลว่าเคยก่อเหตุลักษณะใกล้เคียงกันมาแล้วหลายครั้ง หากพบว่ามีประวัติการกระทำผิดซ้ำ อาจส่งผลต่อการพิจารณาโทษตามกฎหมาย ทั้งนี้ ตำรวจยืนยันว่าจะเดินหน้าขยายผลติดตามผู้ร่วมก่อเหตุอีก 1 ราย รวมถึงตรวจสอบความเชื่อมโยงของบุคคลที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายอย่างละเอียด เพื่อสรุปสำนวนและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป








