ผบ.ตร.แถลงความคืบหน้าคดี เผยผลชันสูตรศพ ”น้ององุ่น“ ไม่พบบาดแผล ร่องรอยต่อสู้ ตั้งสันนิษฐาน 3 ประเด็น เด็กเดินเอง -คนพาไป-สัตว์มีพิษกัด เผย ผลสอบครอบครัวยังไม่พบพิรุธ คนในหมู่บ้านไม่มีใครหลบหนี
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 5 มิ.ย.69 พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร., พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ โฆษก ตร. ได้เดินทางมาประชุมติดตามความคืบหน้าคดีของน้ององุ่นที่สถานีตำรวจภูธรสังขละบุรี โดยมี พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผบช.ภ.7, พล.ต.ต.ชมชวิณ ปุระธนานนท์ รองผบช.ภ. 7, พล.ต.ต.พศวีร์ เรืองภู่ ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี, พ.ต.อ.สันติ พิทักษ์สกุล ผกก.สภ.สังขละบุรี, ตำรวจสอบสวนกลาง, ตำรวจตระเวนชายแดน พร้อมทีมแพทย์นิติเวชจากโรงพยาบาลตำรวจและเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานตำรวจร่วมประชุมในครั้งนี้ด้วย
หลังจากใช้ระยะเวลาการประชุมกว่า 1 ชั่วโมง พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. เปิดเผยว่า สำหรับความคืบหน้าคดีของน้ององุ่นตอนนี้ตั้งข้อสันนิษฐานไว้ 3 ประเด็น โดยประเด็นแรก เด็กเดินเข้าไปในป่าด้วยตัวเอง หรือ อาจเดินไปแล้วพลัดหลง เพราะโดยธรรมชาติเด็กวัยนี้มีความซุกซนและเป็นเด็กพื้นที่อยู่กับป่าเขา หรือ เด็กมีโรคประจำตัวหรือไม่ ประเด็นที่สองมีคนพาไป เเละมีเจตนาทำให้เสียชีวิตหรือไม่ และประเด็นที่สาม ถูกสัตว์มีพิษทำร้ายหรือไม่ ซึ่งในช่วงที่ทีมสืบสวนลงพื้นที่พบงูเห่าในพื้นที่ โดยช่วงเวลาที่เด็กเสียชีวิตสันนิษฐานว่าเป็นช่วงหลัง 14.00 น. จนถึงช่วงค่ำของวันที่ 30 พ.ค.2569
ทั้งนี้ ได้มีการสืบสวนรวบรวมหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ พิสูจน์หลักฐานพยานบุคคล รวมถึงการสืบสวนด้านเทคนิคที่จะนำมาประกอบกัน โดยแต่ละทีมได้ดำเนินการตามหน้าที่ เพื่อจะได้นำมาเชื่อมโยงกับข้อสันนิษฐานว่าอะไรเป็นไปได้มากที่สุด ส่วนเรื่องผลนิติวิทยาศาสตร์ แพทย์นิติเวชยังอยู่ระหว่างการตรวจเพิ่มเติม เพราะจากวันที่พบร่างมีการเปลี่ยนแปลงไปเป็นสภาพเน่า ตอนนี้ยังไม่ได้ยืนยันอะไรอย่างชัดเจน ต้องรอรายงานประกอบกับงานสืบสวนและสอบสวน โดยเบื้องต้น อวัยวะภายในต่าง ๆ เน่าเกือบหมด แต่ต้องตรวจหาองค์ประกอบของสารพิษว่ามีหรือไม่ หรือเป็นพิษจากสัตว์หรือไม่ ตอนนี้อยู่ระหว่างการตรวจ แต่เลือด ปอด ตับ ไต และอวัยวะอื่น ๆ อยู่ในมีการเสื่อมสภาพและเน่า จึงยากต่อการตรวจสอบ แต่จากการดูสภาพศพเริ่มมีแมลงวันและหนอนถือเป็นเรื่องปกติของธรรมชาติตามปกติของวงจรชีวิตเเมลง
ส่วนการสอบปากคำไม่ว่าจะเป็น ญาติ เพื่อน หรือ คนอื่น ๆ บริเวณใกล้เคียงได้มีการเรียกมาสอบปากคำเก็บข้อมูลทั้งหมดแล้ว แต่เรื่องของการถูกล่อลวงหรือไม่นั้นจะต้องอาศัยพยานหลักฐานทางวิทยาศาสตร์และการตรวจพิสูจน์วัตถุพยานต่างๆรวมถึงทางเทคนิคที่จะเอามาเชื่อมโยงว่าเป็นไปได้หรือไม่
ส่วนเรื่องเสื้อผ้าที่มีกลิ่นเหม็น และที่มีการเรียกครอบครัวของผู้ต้องสงสัยมาสอบปากคำเมื่อวานนั้น ยังอยู่ในระหว่างการขยายผล ซึ่งต้องใช้ทางเทคนิคช่วย เบื้องต้นยังไม่ชี้ชัดว่า เป็นกลุ่มที่กระทำหรือไม่ ต้องใช้ระยะเวลาในการตรวจสอบ
ส่วนคนในชุมชน ที่สอบปากคำไปจำนวนมาก ต้องพิสูจน์คำให้การของแต่ละคนว่ามีความผิดปกติอะไรหรือไม่ เเต่ไม่มีใครหายออกไปจากชุมชน ส่วนคำให้การของคนในครอบครัวยังไม่พบพิรุธ แม่ของน้ององุ่นให้ข้อมูลเป็นประโยชน์ ทั้งเรื่องความเป็นอยู่ การเลี้ยงดู ยังไม่มีอะไรผิดปกติ โดยตอนนี้จะต้องใช้ระยะเวลาในการตรวจสอบทุกอย่างให้ชัดเจนและยังไม่อยากยืนยันอะไรขอเวลาให้ตำรวจทำงานก่อน ตนได้เน้นย้ำว่า อย่ารีบร้อนจนทำให้การตรวจผิดพลาด ให้ตรวจพิสูจน์อย่างรอบคอบและละเอียดที่สุด กำชับให้ทุกคนใช้เวลาปฏิบัติตามหน้าที่ให้ละเอียดและตัดประเด็นที่ไม่เกี่ยวข้องกับข้อสันนิษฐานออก เพื่อไม่ให้สับสนกับพยานหลักฐานต่าง ๆ
ซึ่งคดีนี้มีข้อจำกัด เพราะพบแค่ศพ อีกทั้งทรัพย์สิน ต่าง ๆ ของน้ององุ่น โทรศัพท์มือถือ รองเท้าไม่ได้หายไป และเบื้องต้น ไม่พบร่องรอยการต่อสู้หรือบาดแผลตามร่างกาย ทั้งนี้ตนได้ให้ทางตำรวจกองปราบปรามลงมาช่วยแล้วคิดว่าจะมีความคืบหน้าในเร็ววันนี้
ภายหลังจากการแถลง พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ ผู้สื่อข่าวได้สอบถามว่า ถ้าหากน้ององุ่นถูกงูกัดจริง ศพจะสามารถตรวจหาพิษงูได้หรือไม่ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ เปิดเผยว่า แพทย์นิติเวช ให้ข้อมูลว่า สภาพศพเน่า เลือดเน่าจึงทำให้ไม่สามารถตรวจหาพิษในเลือดได้ เเละถ้าหากเด็กถูกงูกัดจริง ภายใน 1 ชั่วโมงก็สามารถทำให้เสียชีวิตได้








