เปิดปฏิบัติการ “พิทักษ์เมืองปาย ทลายนอมินี” ตรวจสอบธุรกิจต้องสงสัยใน อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน พบเครือข่ายชาวต่างชาติใช้คนไทยเป็นนอมินีถือหุ้นเข้าข่ายผิดกฎหมาย เข้าตรวจ 5 จุด พร้อมขยายผลจับกุมดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.คนต่างด้าว
วันที่ 5 มิ.ย.69 เวลา 09.30 น. ที่ บริเวณหน้าสถานีตำรวจภูธรปาย อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 พล.ต.ต.วรพงศ์ คำลือ รอง ผบช.ภ.5 นายนิวัฒน์ งามธระ รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน เปิดปฏิบัติการพิทักษ์เมืองปาย ทลายนอมินี โดยมี พล.ต.ต.ทรงกริช ออนตะไคร้ ผบก.ภ.จว.แม่ฮ่องสอน พ.อ.ภูมิรัชต์ ดุษฎี รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดแม่ฮ่องสอน พ.ต.อ.ภาสวินท์ แก้วต่าย ผกก.สภ.ปาย ตำรวจ นายอำเภอปาย ตรวจคนเข้าเมือง ตำรวจท่องเที่ยว ที่ดินจังหวัด จัดหางาน ตำรวจสืบสวนภูธรจังหวัด พาณิชย์ ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องร่วมปฏิบัติการฯ เพื่อบูรณาการความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการตรวจสอบ ป้องกัน และปราบปรามการประกอบธุรกิจที่ผิดกฎหมาย รวมถึงธุรกิจที่อาจมีการอำพรางการดำเนินกิจการในลักษณะนอมินี อันเป็นผลสืบเนื่องจากข้อร้องเรียนของประชาชนเกี่ยวกับกรณีชาวต่างชาติเข้ามาประกอบธุรกิจหรือแย่งโอกาสทางอาชีพของคนในพื้นที่
หน่วยปฏิบัติการได้ลงพื้นที่ดำเนินการตรวจสอบสถานประกอบการ จำนวน 5 จุด โดยตรวจสอบข้อมูลการขออนุญาติทำงาน และการจดทะเบียนประกอบกิจการของสถานประกอบการที่เข้าข่ายน่าสงสัย รวมทั้งสืบหาข้อมูลในทางลับ เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานและดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด
ภายหลังการตรวจค้น เวลา 13.30 น.ของวันเดียวกัน พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 พล.ต.ต.วรพงศ์ คำลือ รอง ผบช.ภ.5 นายนิวัฒน์ งามธระ รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน พล.ต.ต.ทรงกริช ออนตะไคร้ ผบก.ภ.จว.แม่ฮ่องสอน พ.อ.ภูมิรัชต์ ดุษฎี รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดแม่ฮ่องสอน พ.ต.อ.ภาสวินท์ แก้วต่าย ผกก.สภ.ปาย ตำรวจ นายอำเภอปาย และคณะ ได้ร่วมกันแถลงข่าวสรุปผลการดำเนินงานภายใต้ปฏิบัติการ “พิทักษ์เมืองปาย ทลายนอมินี” ณ ห้องประชุมสถานีตำรวจภูธรปาย อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อรายงานผลการตรวจสอบและแนวทางการดำเนินงาน
พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 กล่าวว่า ตามนโยบายของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และพลตำรวจเอกกิตติ์รัฐ พันธุ์เพชร ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ให้ดำเนินการตามสั่งการในทุกพื้นที่ เร่งตรวจสอบ สืบสวน ปราบปรามกลุ่มทุนต่างชาติที่เข้ามาประกอบธุรกิจในลักษณะ ซ่อนเร้นอำพราง สร้างการเป็นตัวแทน (นอมินี) ดังนั้น ตำรวจภูธรภาค 5 ตำรวจภูธรจังหวัดแม่ฮ่องสอน สืบสวนสวนจังหวัดแม่ฮ่องสอน และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง จึงได้ระดมกำลังบูรณาการกับทุกภาคส่วน ทำการสืบสวนติดตามพฤติกรรมกลุ่มทุนต่างชาติที่เข้ามาประกอบธุรกิจในพื้นที่อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน
ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่ามีชาวต่างชาติเข้ามาจัดตั้งบริษัทมีลักษณะให้คนไทยเป็นผู้ถือหุ้น ดำเนินกิจการ แบบซ่อนเล้นอำพรางหรือจัดตั้งบริษัท โดยไม่มีการประกอบกิจการ ซึ่งทุกส่วนที่เกี่ยวข้อง จึงระดมกำลังเปิดยุทธการสืบสวนปราบปรามจับกุมกาเป็นความผิดตามกฎหมายดังกล่าว โดยใช้ชื่อว่า "ยุทธการพิทักษ์มืองปาย ทลาย พลายนอมินี"
พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 กล่าวต่อไปว่า จากการสืบสวนพบว่ามีบริษัทที่ก่อตั้ง เข้ามาถือหุ้นโดยมีพฤติกรรม ที่กระทำผิดกฎหมายตาม พรบ.คนต่างด้าว เบื้องต้นทราบว่ามีบริษัท กัลโก้ จำกัด มีผู้ถือหุ้นที่มีคนไทยและชาวต่างชาติและนิติบุคคลกรรมการ ที่มีอำนาจประกอบกิจการในลักษณะเป็นนอมินี จึงมีการสืบสวนขยายผลพบว่าชาวต่างชาติเข้ามาถือหุ้นในลักษณะเดียวกัน จึงได้กำหนดให้บริษัทดังกล่าวเป็นจุดในการเพื่อหาข้อเท็จจริง เบื้องต้นพบว่าบริษัท กัลโก้ มีคนไทยคือ นายจินดา จิตรัตน์ และนายณัฐนนท์ จิตรัตน์ มีลักษณะการกระทำที่ผิดกฎหมาย เบื้องต้นได้รวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อออกหมายจับ นายกัล และแจ้งข้อกล่าวหาต่อนายจินดา นอกจากนี้ยังมี บริษัท ปายเคียงฟ้า ซึ่งเป็นบริษัทที่มีการถือหุ้นในลักษณะเดียวกันชาวต่างชาติถือหุ้น โดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน Work permit จากการสอบสวนขยายผลพบว่า บริษัทดังกล่าว ถูกจัดตั้งขึ้นโดยมีความมุ่งหมาย ให้ชาวต่างชาติที่เป็นกรรมการบริษัท ใช้สิทธิ์ในการอยู่ในราชอาณาจักร หรือ Non-B (Non-Immigrant Visa ประเกท B) โดยเอกสาร และแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อเจ้าหน้าที่ รวมทั้งการถือครองที่ดิน ที่มีวัตถุประสงค์ในการแอบแฝงหลีกเลี่ยงกฎหมายซึ่งภูธรจังหวัดแม่ฮ่องสอนจะได้ร่วมกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ในการสืบสวนขยายผลในทุกมิติเพื่อสกัดกั้นและหยุดยั้งพฤติกรรมของชาวต่างชาติดังกล่าว
ทั้งนี้ จึงขอประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องประชาชน ที่มีข้อมูลข่าวสารการดำเนินกิจการของชาวต่างชาติที่จัดตั้งขึ้นในลักษณะนอมินี หรือพฤติกรรมของชาวต่างชาติที่กระทำละเมิดกฎหมาย ให้แจ้งข้อมูลให้กับทางการและขอประชาสัมพันธ์ พี่น้องประชาชนที่ถูกนำชื่อไปใช้ในการจดทะเบียนหรือเป็นกรรมการบริษัทในลักษณะนอมินี่จะถือเป็นความผิดตามกฎหมายด้วย








