วันที่ 3 มิ.ย.69 เพจเฟซบุ๊ก กองทัพภาคที่ 2 โพสต์ข้อความระบุว่า...
ชี้แจงกรณีตรวจพบวัตถุต้องสงสัยคล้ายทุ่นระเบิด บริเวณสนามกีฬาองค์การบริหารส่วนตำบลตาเมียง อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์
ตามที่ได้ปรากฏข้อมูลในสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับการตรวจพบวัตถุต้องสงสัยคล้ายทุ่นระเบิดบริเวณสนามกีฬาองค์การบริหารส่วนตำบลตาเมียง อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2569 และมีการเผยแพร่ภาพการนำวัตถุดังกล่าวขึ้นมาตรวจสอบจนเกิดความสนใจและความกังวลในหมู่ประชาชน กองทัพภาคที่ 2 โดยกองกำลังสุรนารี หน่วยเฉพาะกิจที่ 2 ได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบข้อเท็จจริงในพื้นที่โดยทันที เพื่อสร้างความชัดเจนและความมั่นใจให้แก่ประชาชนในพื้นที่ชายแดน
ผลการตรวจสอบเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2569 โดยหน่วยทหารในพื้นที่ร่วมกับชุดปฏิบัติการเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด พบว่าวัตถุดังกล่าวเป็นทุ่นระเบิดสังหารบุคคลชนิด Type 72 ซึ่งอยู่ในสภาพเก่า ชำรุด และผ่านการใช้งานมาเป็นเวลานาน จากการพิจารณาลักษณะพื้นที่โดยรอบ ตลอดจนตำแหน่งที่ตรวจพบซึ่งอยู่ห่างจากแนวชายแดน และพื้นที่เสี่ยงภัยจากทุ่นระเบิดเดิมพอสมควร เจ้าหน้าที่ประเมินในเบื้องต้นว่า มีความเป็นไปได้ที่วัตถุดังกล่าวอาจถูกนำมาทิ้งไว้ในพื้นที่โดยผู้ที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ หรือมีการเคลื่อนย้ายมาจากพื้นที่อื่นก่อนถูกนำมาทิ้งในบริเวณดังกล่าว อย่างไรก็ตาม หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงดำเนินการตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมในทุกมิติ เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงที่ครบถ้วนและรอบด้าน ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเก็บกู้และควบคุมวัตถุดังกล่าวเข้าสู่กระบวนการทำลายตามมาตรฐานความปลอดภัยเรียบร้อยแล้ว
กองทัพภาคที่ 2 ขอเรียนให้ประชาชนทราบว่า พื้นที่ตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชาในบางบริเวณ โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ ยังคงมีการดำเนินงานสำรวจ ตรวจสอบ และเก็บกู้ทุ่นระเบิด อย่างต่อเนื่องร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดความปลอดภัยสูงสุดแก่ประชาชน จึงขอความร่วมมือประชาชนทุกภาคส่วน หากพบวัตถุต้องสงสัย วัตถุคล้ายระเบิด หรือทุ่นระเบิดในพื้นที่ใดก็ตาม ขอให้หลีกเลี่ยงการเข้าใกล้ ห้ามสัมผัส เคลื่อนย้าย หรือดำเนินการใด ๆ กับวัตถุดังกล่าวโดยเด็ดขาด และให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง หรือหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่โดยทันที เพื่อเข้าดำเนินการตรวจสอบและปฏิบัติตามขั้นตอน ด้านความปลอดภัยอย่างถูกต้อง ทั้งนี้ กองทัพภาคที่ 2 ยังคงมุ่งมั่นในการดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ตลอดจนเฝ้าระวังสถานการณ์ตามแนวชายแดนอย่างใกล้ชิด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความมั่นคงให้แก่ประชาชนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง








