นราธิวาส จัดยิ่งใหญ่กว่าเดิม จับมือรวมพลังหน่วยงานฯสร้างความเชื่อมั่นเชิญชวนกระตุ้นเศรษฐกิจ เที่ยวงานบุญบั้งไฟชายแดนสุคิริน หนึ่งเดียวใน14จังหวัดภาคใต้พร้อมสัมผัสเสน่ห์อีสานปลายด้ามขวาน 12-14 มิ.ย. นี้
จังหวัดนราธิวาสเป็นจังหวัดที่อยู่ติดชายแดนใต้ของประเทศไทย มีประชาชนที่นับถือศาสนาพุทธ อิสลาม และคริสต์ รวมกันและมีเพื่อนบ้านที่ดีคือประเทศมาเลเซีย มีศิลปวัฒนธรรมที่คล้ายคลึงกัน ที่เป็นเอกลักษณ์ของคนภาคใต้รวมไปถึงประเพณีสืบทอดกันยาวนาน แต่ จังหวัดนราธิวาสก็ยังมีประเพณี “บุญบั้งไฟ” ที่เป็นประเพณีของพี่น้องชาวอีสานที่ย้ายถิ่นฐานมาลงหลักปักฐาน ตามนโยบายการจัดสรรที่ดินทำกินของนิคมสร้างตนเอง เมื่อกว่า 50 ปีก่อนนั้น ยังคงอยู่ใช้ชีวิตตั้งถิ่นฐานและด้วยความคิดถึงบ้านเกิดที่จากมา และต้องการอนุรักษ์วัฒนธรรมดั้งเดิมมาสืบสาน ให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรม และให้ลูกหลานที่เติบโตได้สืบทอดประเพณี ทุกปีจึงมีการจัดงาน “บุญบั้งไฟ” ขึ้น ด้วยความเชื่อของคนอีสาน ถึงแม้จังหวัดนราธิวาสมีฝนตกชุกตลอดทั้งปี ไม่ได้แห้งแล้งเหมือนภาคอีสาน แต่การจุดบั้งไฟยังคงมีความเชื่อเรื่องการบูชา “พญาแถน” เทพแห่งฝน (ขอฝน) ทุกปี ทางจังหวัดนราธิวาสจึงได้จัดงาน “บุญบั้งไฟ” ขึ้น เพื่อสืบทอดความผูกพันของ 2 วัฒนธรรม หล่อหลอมรวมจิตใจของคนในพื้นที่ทั้งชาวไทยพุทธและมุสลิมในชุมชนได้จัดงานติดต่อกันมาอย่างยาวนานกว่า 47 ปีจนปัจจุบัน “งานบุญบั้งไฟ”กลายเป็นงานบุญใหญ่ประจำปีของอำเภอสุคิริน จังหวัดนราธิวาสไปแล้ว และเป็นประเพณีหนึ่งเดียวใน 14 จังหวัดภาคใต้ จัดขึ้นที่ตำบลภูเขาทอง อำเภอสุคิริน จังหวัดนราธิวาส
วันนี้ 30 พฤษภาคม2569 ได้จัดแถลงงานประเพณี “บุญบั้งไฟ” นายกฤษณนันท์ กำไร รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เป็นประธานการเเถลงข่าวโครงการพัฒนาและส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดนราธิวาส “กิจกรรมงานบุญบั้งไฟสุคิริน” โดยมี นายณรงค์ สังข์ประสิทธิ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนราธิวาส นางปาลิตา คำปันนา ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานนราธิวาส , นายพิชิต รุ่งประเสริฐ นายอำเภอสุคิริน นายสุพล ดำนิล นายกองค์การบริหารส่วนตำบลภูเขาทอง ร่วมแถลงข่าวฯ พร้อม หัวหน้าส่วนราชการ และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วมฯ ณ บริเวณลานวัดสายสุวรรณาราม หมู่ที่ 1 บ้านไอปาโจ ตำบลภูเขาทอง อำเภอสุคิริน จังหวัดนราธิวาส
นายกฤษณนันท์ กำไร รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า กิจกรรมงานบุญบั้งไฟสุคิริน หนึ่งเดียวในภาคใต้ ที่หาชมยาก ซึ่งสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเข้ามาท่องเที่ยวในพื้นที่ ได้สัมผัสกับมนต์เสน่ห์เเห่งวัฒนธรรมอีสานปลายด้ามขวาน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ชาวไทยอีสานรวม 8 หมู่บ้าน ได้ย้ายถิ่นฐานเข้ามาอยู่อาศัยตั้งแต่ในสมัยอดีต แต่ยังคงรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีดั้งเดิมไว้อย่างเหนียวแน่น การจัดงานในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการสืบสานวัฒนธรรมอันดีงาม แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ ให้เข้ามาสัมผัสเสน่ห์แห่งวิถีชีวิต และความสวยงามของธรรมชาติในอำเภอสุคิริน ซึ่งจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากและสร้างภาพลักษณ์เชิงบวกด้านการท่องเที่ยวให้กับจังหวัดนราธิวาสได้อย่างยั่งยืน" สำหรับงานประเพณีบุญบั้งไฟ กำหนดจัดขึ้น ระหว่างวันที่ 12 - 14 มิถุนายน 2569 ณ บริเวณลานอเนกประสงค์บ้านโต๊ะโมะ หมู่ที่ 3 ตำบลภูเขาทอง อำเภอสุคิริน จังหวัดนราธิวาส ภายในงานประกอบด้วยกิจกรรมไฮไลต์ตระการตา ตื่นตาตื่นใจไปกับการจุดบุญบั้งไฟล้าน, บั้งไฟแสน และบั้งไฟหมื่น สู่ท้องฟ้าภาคใต้ ชมขบวนรำเซิ้งบั้งไฟอีสานสุดอ่อนช้อย และความสวยงามของ "บั้งไฟเอ้" และการแสดงดนตรีและแสงสีเสียงภาคกลางคืนตลอดการจัดงานจังหวัดนราธิวาสจึงขอเชิญชวนประชาชน และนักท่องเที่ยวจากทั่วประเทศ ร่วมเดินทางมาสัมผัสความงดงามของธรรมชาติ และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของประเพณีวัฒนธรรมสองฝั่งโขงสู่ปลายด้ามขวาน ที่อำเภอสุคิริน จังหวัดนราธิวาส
นายณรงค์ สังข์ประสิทธิ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้ ยิ่งใหญ่กว่าเดิม เพราะกระแสทุกๆปีที่จัดงานด้วยการสื่อสารโซเชียลฯที่รวดเร็วและก้าวไกล ทำให้ประชาชนสนใจที่จะมาร่วมงานมากขึ้น และงานบุญบั้งไฟนี้ อำเภอสุคิรินจังหวัดนราธิวาสเป็นที่เดียวของ 14 จังหวัดชายแดนใต้ที่สามารถนำวัฒนธรรมประเพณีมรดกของคนอีสาน และชาวดั่งเดิมที่เป็นคนอีสานโดยแท้ ร่วมกันทำบั้งไฟขึ้น จัดให้เป็นประเพณีสืบทอดกันมาในงาน “บุญปั้งไฟ” เพื่อเผยแพร่ วัฒนธรรมให้คนใต้ได้รู้จักและเห็นแสดงความผูกพันคนในชาติเดียวกันที่สามารถอยู่ร่วมกันได้ในประเทศไทย การจัดงานครั้งนี้ คาดว่าจะมีผู้ชมเข้าร่วมงานไม่ต่ำกว่า 1,000 คนและเพิ่มยอดเงินสะพัด กว่า 6 ล้านบาท จากเดิมที่ได้ต่ำกว่า และปีหน้า จะส่งเสริม สนับสนุนโครงการให้ดีขึ้น และเพิ่มความสะดวกสบาย เพิ่มที่พักให้มีจำนวนมากขึ้น
ภูมิภาค73








