ชาวนราธิวาสร่วมละหมาดอีฎิ้ลอัฎฮา 1447 ฮ.ศ. อย่างคึกคัก เทศบาลเมืองนราธิวาส ย้ำแนวคิดอยู่ร่วมกันอย่างสันติทุกศาสนา และมีการฟังคุตบะห์-แจกอาหารสร้างบรรยากาศอบอุ่น
วันที่ 28 พ.ค.69 เวลา 07.00 น. ณ สวนกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ สลามัตฮารีรายออิด้ลอัฎฮา ฮิจเราะห์ศักราช 1447 เทศบาลบาลเมืองจังหวัดนราธิวาส โดยนาย ธนาวิทย์ ไชยานุพงศ์ นายกเทศบาลเมืองจังหวัดนราธิวาส ได้จัดสถานที่ละหมาดให้กับพี่น้องชาวเทศบาลเมืองนราธิวาสและใกล้เคียง ซึ่งทางเทศบาลเมืองนราธิวาสได้ตระหนักและเห็นความสำคัญทางประวัติศาสตร์กับพิธีกรรมทางศาสนกิจของพี่น้องชาวไทยที่นับถือศาสนาอิสลามซึ่งมีเป็นจำนวนมากร้อยละ 70 เปอร์เซ็นต์ ของคนในพื้นที่และมีมัสยิดที่รองรับไม่เพียงพอ นายธนาวิทย์ ไชยานุพงศ์ นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองนราธิวาส จึงเตรียมสถานที่ สวนกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ที่อยู่ใจกลางเมืองเขตเทศบาลเมืองนราธิวาส ให้พี่น้องประชาชนมาร่วมละหมาดพร้อมกันเนื่องในวาระ “วันฮารีรายออิดิ้ลอัฎฮา” (หรือรายอฮัจจี)ซึ่งเป็นวันรายออีกรายอหนึ่งที่มีความสำคัญทางศาสนา และเป็นวันเฉลิมฉลองที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของชาวมุสลิม โดยจะตรงกับวันที่10 เดือนซุลฮิจญะห์(เดือนสุดท้ายของปฏิทินอิสลาม)
วันนี้ทางเทศบาลเมืองนราธิวาส เล็งเห็นความสำคัญกับพิธีกรรมทางศาสนกิจ ของพี่น้องชาวมุสลิมในวันฮารีรายอ จึงได้จัดสถานที่ละหมาดและฟังคุฏบะห์(คำสอน)จากท่านโต๊ะมะรอมือลี บือราเฮง ดาโต๊ะยุติธรรมศาลจังหวัดนราธิวาสและนำละหมาดโดย อิหม่ามเชคบักร. อัซซิดดีกในหัวข้อ “ครอบครัวแห่งการภักดี”แบบอย่างจากท่านนบีอิบราฮีม สู่อุมมะฮวันนี้ เมื่อเสร็จพิธีละหมาด หลังพบปะพี่น้องเพื่อนมิตรสหาย ทางเทศบาลเมืองนราธิวาส ยังมีการแจกขนม น้ำ อาหาร ให้กับทุกคนที่มาร่วมพิธีละหมาดอีกด้วย ซึ่งบรรยากาศการจัดสถานที่ละหมาด ณ สวนกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ครั้งนี้เป็นการจัดสถานที่ใหม่และครั้งแรก ด้วยบริเวณที่เต็มไปด้วยต้นไม้ที่สวยงามและร่มรื่น กับการแต่งตัวอย่างสวยงามของแต่ละครอบครัว ทำให้ทุกคนต่างกันถ่ายรูปเก็บไว้เพื่อรำลึกถึงบรรยากาศของ “วันฮารีรายออิดิ้ลอัฎฮา” ปี ฮ ศ 1447 อย่างมีความสุขสนุกสนุนกัน ก่อนจะกลับไปทำกรุบาน ต่อไป
ความสำคัญในแง่ประวัติศาสตร์ คือ 1. การทำกรุบาน เพื่อรำลึกความศรัทธาของท่านนบีอิบรอฮิม (อ.) ที่ยอมเสียสละบุตรชายของตนตามบัญชาของพระเจ้า ชาวมุสลิมที่มีความพร้อมจะเชือดสัตว์พลีทาน (เช่น แพะ แกะ หรือวัว) และนำเนื้อไปแจกจ่ายให้กับญาติพี่น้องและผู้ยากไร้ 2. การปฏิบัติศาสนกิจเป็นช่วงเวลาเดียวกับการสิ้นสุดการประกอบพิธีฮัจญ์ ณ นครเมกกะ ประเทศซาอุดิอารเบีย โดยในเช้าตรู่ ชาวมุสลิมทุกคนจะไปรวมตัวกันเพื่อละหมาดอีดที่มัสยิดหรือลานกลางแจ้ง








