วันที่ 30 พ.ค.69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากเสร็จภารกิจศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) มอบนโยบายด้านการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมให้กับคณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ คณาจารย์ และ บุคลากรในช่วงเช้า และช่วงบ่ายเป็นประธานเปิดงานประเพณีบุญบั้งไฟแพรวาจังหวัดกาฬสินธุ์ ประจำปี 2569 ที่ที่สนามโรงเรียนชุมชนบ้านโพนพิทยาคม ต.โพน อ.คำม่วง จ.กาฬสินธุ์แล้ว
ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมภรรยา และครอบครัว เดินทางไปเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์สิรินธร อ.สหัสขันธ์ จ.กาฬสินธุ์ โดยมีนางฐพัชร์รดา ธนินท์จิรานนท์ รองผู้ว่าราชการ จ.กาฬสินธุ์ นายวิรัช พิมพะนิตย์ สส.กาฬสินธุ์ เขต 1 นายพลากร พิมพะนิตย์ สส.กาฬสินธุ์ เขต 2 นายณัฐวัชต์ พิมพะนิตย์ สส.กาฬสินธุ์ เขต 4 นายกีรฒิการย์ พิมพะนิตย์ นายกเทศมนตรีเมืองกาฬสินธุ์ นางสาวอรอุมา สุ่มมาตร ผอ.สำนักงานทรัพยากรธรณี เขต 2 นางสาวพรเพ็ญ จันทสิทธิ์ ผอ.พิพิธภัณฑ์สิรินธร พร้อมเจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับ
ทั้งนี้พิพิธภัณฑ์สิรินธร มีอาคารจัดแสดงนิทรรศการ จำนวน 2 อาคาร อาคารแรกจัดแสดง 2 ส่วน คือ นิทรรศการถาวรและนิทรรศการชั่วคราว เริ่มจากชั้นที่ 2 ใช้โถงพิพิธภัณฑ์เป็นพื้นที่ประชาสัมพันธ์ บริเวณโถงมีการจัดแสดงหุ่นจำลองไดโนเสาร์สยามโมไทรันนัส อีสานเอนซิส และข้อมูลเกี่ยวกับธรณีวิทยาของประเทศไทย ภายในนิทรรศการถาวรแบ่งพื้นที่ออกเป็น 8 โซน
ประกอบด้วย โซนที่ 1 จักรวาลและโลก, โซนที่ 2 เมื่อชีวิตแรกปรากฏ, โซนที่ 3 พาลีโอโซอิก , โซนที่ 4 มหายุคมีโซโซอิค , โซนที่ 5 วิถีชีวิตไดโนเสาร์, โซนที่ 6 คืนชีวิตให้ไดโนเสาร์ , โซนที่ 7 ซีโนโซอิก และโซนที่ 8 เรื่องของมนุษย์
จากนั้น ดร.ยศชนัน พร้อมคณะได้เข้าชมหลุมขุดค้นพบซากฟอสซิลไดโนเสาร์ ภูกุ้มข้าว ซึ่งเป็นแหล่งขุดค้นพบฟอสซิลไดโนเสาร์ และซากดึกดำบรรพ์ที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของเอเชีย อายุกว่า 130 ล้านปีและชื่นชมพิพิธภัณฑ์สิรินธร ซึ่งถือเป็นสถานที่ปฏิบัติงานศึกษาวิจัย อนุรักษ์เก็บรวบรวมตัวอย่างอ้างอิงซากไดโนเสาร์และ สัตว์ร่วมสมัยและนำข้อมูลเหล่านี้ไปเผยแพร่แก่นักท่องเที่ยวในรูปของพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์
พร้อมเชิญชวนนักเรียน นักศึกษา ประชาชน และนักท่องเที่ยวมาร่วมชมพิพิธภัณฑ์สิรินธรแหล่งเรียนรู้ธรณีวิทยา วิชาการ และซากดึกดำบรรพ์ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แห่งนี้








