วันที่ 28 พฤษภาคม 2569 นายไพบูลย์ ศุภบุญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจผู้ป่วยหลังภาวะวิกฤต (Intermediate Care) เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 3 มิถุนายน 2569 ณ บ้านเลขที่ 97/2 หมู่ที่ 4 ตำบลบ้านพราน อำเภอแสวงหา จังหวัดอ่างทอง ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ มีหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงานและภาคีเครือข่ายร่วมบูรณาการความช่วยเหลืออย่างใกล้ชิด ทั้งประกันสังคมจังหวัดอ่างทอง สำนักงานแรงงานจังหวัดอ่างทอง สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดอ่างทอง นายอำเภอแสวงหา สมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านพราน อสม.บ้านพราน รวมถึงทีมแพทย์จากโรงพยาบาลอ่างทอง ที่เข้าตรวจอาการและให้คำแนะนำด้านกายภาพบำบัดแก่ผู้ป่วย
สำหรับผู้ป่วยรายดังกล่าว เป็นชายอายุ 33 ปี ผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ที่ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์จนกลายเป็นผู้ป่วยติดเตียง ต้องได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง
ขณะที่สภาพครอบครัวยิ่งน่าเห็นใจ เนื่องจากมีสมาชิกในบ้านรวม 7 คน โดยผู้ดูแลหลักคือบิดาอายุ 49 ปี และมารดาอายุ 57 ปี ซึ่งมีรายได้จากการค้าขาย ภายในบ้านยังมีเด็กอายุ 2 ขวบที่ประสบอุบัติเหตุถูกรถชน อยู่ระหว่างการรักษาอีก 1 ราย รวมถึงมารดาของเด็ก อายุ 29 ปี ที่มีความบกพร่องทางสมอง หญิงออทิสติก อายุ 45 ปี และลูกบุญธรรมอายุ 21 ปี ที่จำเป็นต้องลาออกจากงานเพื่อกลับมาช่วยดูแลผู้ป่วยและสมาชิกในครอบครัว
ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ให้คำแนะนำแก่ลูกบุญธรรมในการขึ้นทะเบียนว่างงาน เพื่อให้สามารถเข้าถึงสิทธิประโยชน์ด้านเงินทดแทนระหว่างว่างงานได้อีกทางหนึ่ง
นางสาวปารินทร์ วิไลโรจน์ ประกันสังคมจังหวัดอ่างทอง เปิดเผยว่า ผู้ป่วยรายนี้จะได้รับสิทธิประโยชน์จากประกันสังคม ทั้งเงินขาดรายได้ เงินทดแทนกรณีทุพพลภาพ จำนวน 5,700 บาทตลอดชีวิต ค่ารถพยาบาลเดือนละ 500 บาท รวมถึงเงินสนับสนุนจากสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดอ่างทอง เดือนละ 5,000 บาท
ด้านนางสาวสมคิด หวังถวิล เลขานุการนายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านพราน กล่าวว่า อบต.บ้านพราน ร่วมกับ อสม.ในพื้นที่ ได้ให้การช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง ทั้งสนับสนุนผ้าอ้อมผู้ใหญ่ จัดรถพยาบาลของ อบต. รับ-ส่งผู้ป่วยไปโรงพยาบาลทุกเดือน พร้อมจัด อสม.เข้าเยี่ยมดูแลอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงช่วยดำเนินการทำบัตรคนพิการ เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงสิทธิรับเบี้ยความพิการเดือนละ 600 บาทอีกด้วย
การบูรณาการความช่วยเหลือจากทุกภาคส่วนในครั้งนี้ สะท้อนถึงพลังของสังคมไทยที่ไม่ทอดทิ้งกัน และเป็นอีกหนึ่งกำลังใจสำคัญให้ครอบครัวผู้ป่วยสามารถก้าวผ่านวิกฤตชีวิตไปได้อย่างเข้มแข็ง








