เรือนจำจังหวัดอ่างทองจัดพิธีลงเสาเอก–เสาโท ก่อสร้างศูนย์ฝึกวิชาชีพมวยไทยและการออกกำลังกาย มุ่งยกระดับทักษะผู้ต้องขัง เตรียมความพร้อมก่อนกลับคืนสู่สังคม พร้อมเปิดโอกาสให้เด็ก เยาวชน และประชาชนในจังหวัดอ่างทองเข้ามาใช้ประโยชน์ร่วมกัน หวังต่อยอดมวยไทยสู่การสร้างอาชีพและส่งเสริมสุขภาพอย่างยั่งยืน
วันที่ 7 สิงหาคม 2569 เวลา 09.30 น. ภายในเรือนจำจังหวัดอ่างทอง โดยได้รับความเมตตาจาก พระครูปลัดสิทธิวิริยาภรณ์ (หลวงพี่น้ำฝน) เจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อม พระอารามหลวง จังหวัดนครปฐม เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ เพื่อประกอบพิธีลงเสาเอก–เสาโทตามประเพณีและนายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานฝ่ายฆราวาส ร่วมประกอบพิธี พร้อมด้วยนายสุรเชษ นิ่มกุล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอ่างทอง ร.ต.อ.ทศกัณฐ์ เสริมสำราญ นายกสมาคมนักเรียนเก่าราชสีมาวิทยาลัย สนับสนุนค่าอุปกรณ์ไฟฟ้า ศูนย์ฝึกวิชาชีพมวยไทยและการออกกำลังกาย จำนวน 50,000 บาท นายคเนตย์ อรรถศิริ อำเภอเมืองอ่างทอง เขต 5 สจ.ปุ๊" หรือ นายสมพงษ์ โตสัมฤทธิ์ อดีตสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดอ่างทอง และนายธิตินัย พาติกบุตร ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดอ่างทอง คณะเจ้าหน้าที่ และผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมงาน
นายธิตินัย พาติกบุตร ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดอ่างทอง เปิดเผยว่า โครงการก่อสร้างศูนย์ฝึกวิชาชีพมวยไทยและออกกำลังกายของเรือนจำจังหวัดอ่างทอง ไม่ได้สร้างขึ้นเพื่อผู้ต้องขังเพียงอย่างเดียว แต่เราตั้งใจให้เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ด้านมวยไทยและการออกกำลังกายของคนอ่างทองทุกคน มวยไทยเป็นมรดกภูมิปัญญาของชาติ เป็นทั้งศิลปะการป้องกันตัว การออกกำลังกาย และสามารถต่อยอดเป็นอาชีพได้ เราจึงต้องการใช้พื้นที่แห่งนี้เป็นเวทีสร้างโอกาสให้ผู้ต้องขังได้เรียนรู้วิชาชีพ มีวินัย มีสุขภาพที่ดี และเตรียมความพร้อมก่อนกลับคืนสู่สังคม ขณะเดียวกันก็เปิดพื้นที่ให้เด็ก เยาวชน และประชาชนได้เข้ามาเรียนรู้และใช้ประโยชน์ร่วมกันเรือนจำในวันนี้ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ควบคุมผู้กระทำผิด แต่เป็นสถานที่สร้างคน สร้างโอกาส และสร้างคุณค่าให้สังคม ศูนย์แห่งนี้จะเป็นอีกหนึ่งจุดที่ช่วยส่งเสริมซอฟต์พาวเวอร์มวยไทย พัฒนานักกีฬา สร้างอาชีพ และสร้างสุขภาพที่ดีให้กับประชาชน
"ผมเชื่อว่าศูนย์ฝึกวิชาชีพมวยไทยและออกกำลังกายแห่งนี้ จะเป็นของขวัญให้กับคนอ่างทอง เป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ การพัฒนา และการสร้างแรงบันดาลใจให้ทุกคนก้าวไปสู่อนาคตที่ดีร่วมกัน เรือนจำจังหวัดอ่างทองพร้อมเดินหน้าทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน เพื่อให้โครงการนี้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนและจังหวัดอ่างทองอย่างยั่งยืน"








