วันที่ 28 พฤษภาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 13 หลังสืบทราบว่ามีการลักลอบนำแรงงานต่างด้าวชาวเมียนมา หลบหนีเข้าเมืองผิดกฎหมาย เข้ามาซุกซ่อนในพื้นที่เขตเทศบาลเมืองปากแพรก อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี จึงได้เฝ้าซุ่มสังเกตการณ์บริเวณป่าหลังบ้านต้องสงสัย ซึ่งถูกดัดแปลงเป็น “เซฟเฮ้าท์” สำหรับพักคอยแรงงานต่างด้าว ก่อนประสานกำลังร่วมกับ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดกาญจนบุรี, การข่าวกองกำลังสุรสีห์, กองพลทหารราบที่ 9, ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองกาญจนบุรี และฝ่ายปกครองจังหวัดกาญจนบุรี เข้าปิดล้อมตรวจค้น
จากการเข้าตรวจสอบบ้านหลังหนึ่งในพื้นที่หมู่ 13 เขตเทศบาลเมืองปากแพรก พบว่ามีการดัดแปลงพื้นที่เป็นที่พักชั่วคราวอย่างเป็นระบบ ภายในมีห้องนอน สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทั้งไฟฟ้า พัดลม ห้องน้ำ จุดอาบน้ำ จานชามจำนวนมาก ราวตากผ้า รวมถึงติดตั้งระบบโซล่าเซลล์ และมีอาหารเตรียมไว้รองรับแรงงานต่างด้าว โดยพบแรงงานชาวเมียนมาหลบซ่อนอยู่รวม 41 คน แบ่งเป็นชาย 34 คน หญิง 7 คน ขณะบางส่วนกำลังพักผ่อนและเดินอยู่ภายในพื้นที่ เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวทั้งหมดไว้ตรวจสอบ
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังจับกุมคนนำพาได้ 1 ราย ชาวตำบลพนมทวน อำเภอพนมทวน จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งให้การรับสารภาพว่า รับจ้างขนแรงงานต่างด้าวเที่ยวละ 2,000 บาท ทำมาแล้วประมาณ 4-5 ครั้ง ล่าสุดเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2569 ได้ไปรับแรงงานต่างด้าวบริเวณเขาสามชั้น อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี เพื่อนำมาพักคอยในพื้นที่ดังกล่าว
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ไม่พบตัวเจ้าของบ้านหลังดังกล่าว คาดว่าอาจไหวตัวหลบหนีไปก่อน จึงประสานผู้ใหญ่บ้านติดตามตัวมาสอบสวนเพิ่มเติม ขณะที่จากการสืบสวนพบว่า พื้นที่เขตเทศบาลเมืองปากแพรก ถูกใช้เป็นจุดพักแรงงานต่างด้าวก่อนกระจายส่งไปยังพื้นที่ต่าง ๆ โดยมีการเปลี่ยนสถานที่ซุกซ่อนหมุนเวียนอยู่ตลอดเวลา
เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา ผู้นำพา ในความผิดฐาน “ช่วยเหลือ ซ่อนเร้น หรือช่วยด้วยประการใด ๆ ให้บุคคลต่างด้าวที่หลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายพ้นจากการจับกุม” ส่วนแรงงานต่างด้าวทั้ง 41 คน ถูกแจ้งข้อหา “เป็นบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้ามาในราชอาณาจักรไทยโดยไม่ได้รับอนุญาต” ก่อนดำเนินการผลักดันกลับประเทศ พร้อมเร่งขยายผลติดตามผู้ร่วมขบวนการมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป








