วันที่ 27 พฤษภาคม 2569 พ.ต.อ.ยุทธนา ไตรทิพย์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ พ.ต.ท.สุวัฒน์ นามมงคล รองผู้กำกับการสืบสวน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติด (ชป.ปส.) ภ.จว.บุรีรัมย์ สนธิกำลังร่วมกับ สภ.บ้านด่าน สภ.ทะเมนชัย ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 21 และ 215–216 เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอเมืองบุรีรัมย์ อำเภอสตึก รวมถึงหน่วยทหาร กอ.รมน. และหน่วยข่าวกรองทางทหาร เข้าปฏิบัติการจับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติดรายสำคัญในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์
การปฏิบัติการครั้งนี้สามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาได้รวม 3 ราย เป็นชายอายุระหว่าง 19–31 ปี ประกอบด้วย นายศิระศักดิ์ หรืออาร์ม อายุ 19 ปี นายวิชัย หรือกิ่ง อายุ 27 ปี นายอภิวัฒน์ หรือวัน อายุ 31 ปีทั้งหมดเป็นชาวตำบลแสลงพัน อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมตรวจยึดของกลางยาบ้ารวมจำนวน 242,000 เม็ด ภายหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดไปตรวจค้นและตรวจยึดของกลางเพิ่มเติมตามจุดซุกซ่อนที่ให้การรับสารภาพ โดยพบยาบ้าอีกจำนวน 80,000 เม็ด บรรจุอยู่ในถังสีและฝังดินไว้บริเวณริมคลองในพื้นที่บ้านแสลงพันพัฒนา หมู่ 14 ตำบลแสลงพัน อำเภอลำปลายมาศ
คดีนี้สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 1 รายในพื้นที่อำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมของกลางยาบ้าจำนวนหนึ่ง ก่อนขยายผลสืบสวนจนพบเครือข่ายลำเลียงยาเสพติดข้ามชาติ โดยมีผู้ค้าชาวลาวเป็นผู้สั่งการ และใช้เครือข่าย “นักบิน” หรือผู้ลำเลียงยาเสพติดชาวไทย ทำหน้าที่กระจายของในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์และจังหวัดใกล้เคียง
จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้วางแผนล่อซื้อและติดตามพฤติกรรมของเครือข่าย โดยผู้ต้องหาได้มีการนัดหมายส่งมอบยาบ้าจำนวน 10 มัด หรือประมาณ 20,000 เม็ด ในพื้นที่อำเภอบ้านด่าน แต่ภายหลังมีการเปลี่ยนจุดนัดหมายไปยังตำบลหนองตาด อำเภอเมืองบุรีรัมย์ ก่อนจะวางยาบ้าไว้บริเวณโคนเสาป้ายบอกทางหมู่บ้าน
ระหว่างปฏิบัติการ เจ้าหน้าที่พบชายต้องสงสัย 2 คนอยู่ห่างจากจุดวางยาเสพติดประมาณ 200 เมตร จึงเข้าตรวจสอบ แต่ทั้งสองคนได้วิ่งหลบหนีไปในทุ่งนา ก่อนจะถูกติดตามจับกุมได้ในเวลาต่อมา ทราบชื่อคือ นายศิระศักดิ์ หรืออาร์ม และนายวิชัย หรือกิ่ง พร้อมยอมรับสารภาพว่าเป็นผู้เกี่ยวข้องกับการรับและวางยาบ้าในจุดดังกล่าว จากการสอบสวนขยายผล ทั้งสองให้การเพิ่มเติมว่า ยังมียาบ้าซุกซ่อนอีกหลายจุดในพื้นที่ใกล้เคียง และมีส่วนร่วมกับนายอภิวัฒน์ หรือวัน ในการนำยาบ้าไปเก็บและกระจายต่อให้ลูกค้าตามคำสั่งของเครือข่ายชาวลาว เจ้าหน้าที่จึงนำตัวผู้ต้องหาไปตรวจค้นเพิ่มเติมจนพบของกลางทั้งหมด รวมทั้งยาบ้าที่ซุกซ่อนในพื้นที่กระท่อมและบริเวณริมสระน้ำในเขตตำบลแสลงพัน รวมของกลางทั้งหมด 242,000 เม็ด
ด้านการสอบสวน นายศิระศักดิ์ หรืออาร์ม อายุ 19 ปี ให้การรับสารภาพว่า เคยต้องโทษในคดียาเสพติดและเพิ่งพ้นโทษจากสถานพินิจฯ มาได้ไม่นาน ก่อนกลับไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดอีกครั้ง โดยอ้างว่าได้รับการติดต่อจากชาวลาวให้ทำหน้าที่รับและนำยาบ้าไปวางส่งต่อลูกค้า พร้อมรับค่าจ้างเป็นเงินและยาบ้าสำหรับเสพ
ผู้ต้องหาให้การเพิ่มเติมว่า ทำงานในลักษณะนี้มาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ครั้ง แต่ละครั้งมีการลำเลียงยาบ้าจำนวนหลายมัด โดยได้รับค่าตอบแทนครั้งละประมาณ 2,000–3,000 บาท และได้รับยาบ้าเป็นส่วนแบ่งสำหรับใช้เสพเอง เนื่องจากทุกคนในกลุ่มมีพฤติกรรมเสพยาบ้าอย่างต่อเนื่อง
เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองบุรีรัมย์ เพื่อดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และข้อหาอื่นที่เกี่ยวข้อง พร้อมเร่งขยายผลไปยังเครือข่ายผู้สั่งการในประเทศเพื่อนบ้านต่อไป








