บรรยากาศสมัครโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ในขอนแก่นคึกคัก แม่ค้าหวังกระตุ้นยอดขายหลังเศรษฐกิจซบเซา แต่สะท้อนปัญหาค่าครองชีพพุ่ง วอนรัฐบาลออกมาตรการช่วยผู้ประกอบการระยะยาวแทนโครงการระยะสั้น
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 27 พ.ค.69 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจร้านค้าในเขตเทศบาลนครขอนแก่นพบว่า ร้านค้าส่วนใหญ่ต่างตื่นเต้นและอยากเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัสที่กำลังเปิดให้ลงทะเบียน ทั้งในส่วนของประชาชนทั่วไปและร้านค้าไปจนถึงวันที 29 พ.ค.
น.ส.เจษณี สมศิริ อายุ 47 ปี แม่ค้าขายหมูปิ้ง กล่าวว่า มารอคิวที่ธนาคารกรุงไทยประมาณ 3 ชั่วโมงครึ่งแต่เวลาดำเนินการประมาณ 10 นาที ซึ่งยอมรับว่าคนเยอะมากเพราะส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มประชาชนที่ขอรับสิทธิใหม่ แต่ในส่วนร้านค้ายังมีน้อย ซึ่งโดยส่วนตัวมองว่าการลงทะเบียนเข้าใจง่ายแต่ต้องลงทะเบียนแอพพลิเคชั่นถุงเงินก่อนแล้วค่อยไปที่ธนาคาร ก็จะทำให้ขั้นตอนรวดเร็วมาก
"วงเงินที่รัฐบาลให้มาเดือนละ 1,000 บาท 4 เดือน น่าจะพอช่วยบรรเทาได้ถ้าเทียบกับโครงการก่อนๆที่ผ่านมาเสียงส่วนใหญ่ของพ่อค้าแม่ค้าโครงการนี้ช่วยกระตุ้นยอดขายได้เยอะมาก เกณฑ์การเลือกร้านค้าควรจะให้ร้านค้าที่จดทะเบียนพาณิชย์ขึ้นทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายจะเป็นผลดีกับร้านค้าและเป็นผลดีกับทางรัฐบาลด้วย ในมุมของผู้ประกอบการน่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้แต่มองว่าน่าจะเป็นช่วงสั้นๆที่มีโครงการถ้าเป็นไปได้ไม่ควรจะยื่นแค่อาหารให้ควรจะยื่นอะไรที่ยั่งยืนกว่านี้ รัฐบาลไม่ควรจะทำอะไรที่เป็นระยะสั้นควรจะหาโครงการอะไรที่ช่วยสนับสนุนผู้ประกอบการในระยะยาวได้จะดีกว่า"
ขณะที่ น.ส.อ้อยทิพย์ พังคะบุตร อายุ 43 ปี แม่ค้า กล่าวว่า โครงการไทยช่วยไทยพลัสครั้งนี้ที่ร้านว่าจะเข้าร่วมแต่ยังไม่ได้ไปที่ธนาคารเพื่อทำการยืนยันตัวตนและสมัครเข้าร่วมโครงการ คิดว่าจะกระตุ้นยอดขายขึ้นมาบ้างเพราะตั้งแต่ช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมายอดขายซบเซา แต่ก็อย่าลืมว่าช่วงนี้ราคาสินค้าต่างๆทยอยปรับขึ้นราคา และรัฐบาลก็กำหนดให้มาเดือนละ 1,000 บาท 4 เดือนก็น่าจะช่วยได้นิดหน่อยเพราะต้นทุนสินค้าก็แพงขึ้น อาจจะทำให้การซื้อของได้น้อยลงกว่าครั้งที่ผ่านๆมา ดังนั้นเชื่อว่าวงเงินดือนละ 1,000 บาทน่าจะไม่เพียงพอสำหรับตอนนี้แต่ยังดีกว่าไม่ได้








