วันที่ 26 พฤษภาคม 2569 นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี พร้อมด้วย พล.ต.ต.อรุณ อมรวิริยะกุล รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ภาค 2 นายสุขสันต์ ประสาระเอ ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดชลบุรี นางสิริมา กีรตยาคม รองผู้อำนวยการท่าเรือแหลมฉบัง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมบูรณาการความร่วมมือและพัฒนากลไกเชิงเทคนิคในการตรวจสอบและติดตามรถบรรทุกที่มีพฤติการณ์บรรทุกน้ำหนักเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด
แนวทางสำคัญ คือ การเชื่อมโยงข้อมูลจากจุดชั่งน้ำหนักภายในเขตท่าเรือแหลมฉบัง เพื่อตรวจสอบรถบรรทุกที่มีน้ำหนักเกิน หากตรวจพบข้อมูลเข้าข่ายกระทำผิด จะมีการประสานส่งต่อข้อมูลให้สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดชลบุรี เจ้าหน้าที่ตำรวจ และสำนักงานขนส่ง ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
การดำเนินการดังกล่าวถือเป็นการนำข้อมูลและเทคโนโลยีมาใช้สนับสนุนการบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นระบบ ช่วยลดการใช้ดุลพินิจที่อาจนำไปสู่การทุจริต และเพิ่มความโปร่งใสในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐ มาตรการดังกล่าวยังช่วยสร้างผลเชิงป้องปรามต่อการให้สินบน การเรียกรับผลประโยชน์ และปัญหาส่วยรถบรรทุก ซึ่งเป็นประเด็นที่ประชาชนให้ความสนใจและคาดหวังให้ภาครัฐเร่งแก้ไขอย่างจริงจัง สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดชลบุรี เชื่อมั่นว่า การบูรณาการข้อมูลระหว่างหน่วยงานครั้งนี้ จะเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาคการขนส่ง พร้อมช่วยให้การบังคับใช้กฎหมายมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้มากยิ่งขึ้น
นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี กล่าวว่า การลงพื้นที่ท่าเรือแหลมฉบังครั้งนี้ มีสำนักงาน ป.ป.ช. ภาค 2 สำนักงาน ป.ป.ช. จังหวัดชลบุรี และท่าเรือแหลมฉบัง ร่วมตรวจสอบประตูเข้า-ออกของท่าเรือ ซึ่งมีรถบรรทุกสินค้าและรถคอนเทนเนอร์วิ่งเข้า-ออกวันละประมาณ 12,000 คัน ทั้งนี้ สำนักงาน ป.ป.ช. มีความเป็นห่วงปัญหารถบรรทุกน้ำหนักเกิน รวมถึงการเรียกรับผลประโยชน์ที่ผิดกฎหมาย ซึ่งที่ผ่านมาได้รณรงค์และติดตามแก้ไขมาอย่างต่อเนื่อง โดยการลงพื้นที่พบจุดน่าสังเกตหลายประการ และเตรียมหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม
“เพื่อให้รถบรรทุกน้ำหนักเกินลดลง ช่วยยืดอายุถนน ประหยัดงบประมาณแผ่นดิน ลดอุบัติเหตุ และลดความเสี่ยงอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับประชาชนในจังหวัดชลบุรี ต้องขอขอบคุณสำนักงาน ป.ป.ช. ท่าเรือแหลมฉบัง และผู้ประกอบการ ที่ร่วมสนับสนุนและให้ความร่วมมือในครั้งนี้” ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี กล่าว
ด้านนางสิริมา กีรตยาคม รองผู้อำนวยการท่าเรือแหลมฉบัง กล่าวว่า การบูรณาการร่วมกับสำนักงาน ป.ป.ช. และจังหวัดชลบุรีในครั้งนี้ เป็นการร่วมกันจัดเก็บและตรวจสอบข้อมูลรถบรรทุกที่เข้า-ออกท่าเรือ โดยเฉพาะปัญหาน้ำหนักเกิน ซึ่งพบว่ามีรถบางคันบรรทุกตู้สินค้า 2 ตู้ต่อรถ 1 คัน ทำให้น้ำหนักเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดสำหรับการวิ่งบนถนนหลวง จึงจำเป็นต้องกำหนดแนวทางร่วมกัน เพื่อป้องกันความเสียหายต่อถนน ลดภาระงบประมาณในการซ่อมบำรุง และลดช่องทางการเรียกรับผลประโยชน์โดยมิชอบของเจ้าหน้าที่
นอกจากนี้ ยังมีการหารือเรื่องมาตรฐานเครื่องชั่งน้ำหนัก ทั้งของท่าเรือแหลมฉบังและด่านชั่งอื่น ๆ เพื่อให้เกิดแนวทางปฏิบัติที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน และสามารถนำไปใช้ป้องกันปัญหาในระยะยาว
ทั้งนี้ การดำเนินการครั้งนี้ไม่ใช่การมุ่งจับกุมหรือกดดันผู้ประกอบการ แต่เป็นการบูรณาการความร่วมมือเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติในอนาคต พร้อมยืนยันว่า ท่าเรือแหลมฉบังมีการจัดเก็บสถิติและข้อมูลรถบรรทุกที่เข้า-ออกไว้อย่างครบถ้วน และข้อมูลจากการชั่งน้ำหนักรถบรรทุกทุกคันสามารถตรวจสอบได้อย่างแน่นอน








