ภักดี วีระรัตน์ / รายงาน
"บิ๊กโจ๊ก" พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ หักพาล.นั่งเก้าอี้เก้าอี้นายกสมาคมชาวปักษ์ใต้ สมัยที่ 2 ด้วยบารมีคอนเนกชัน และภารกิจ "รวมใจคนใต้" ในวันที่มรสุมสีกากียังไม่จางหาย ได้รับความไว้วางใจท่ามกลางมรสุม... แม้ว่าในช่วงเวลาที่ผ่านมา ชื่อของ "บิ๊กโจ๊ก" พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ หักพาล จะตกเป็นสปอตไลท์ทางการเมืองและแวดวงสีกากีจากมรสุมคดีความและการต่อสู้ทางกฎหมายอันยืดเยื้อ แต่ในอีกฟากหนึ่งของบทบาททางสังคม "บารมี" และ "คอนเนกชัน" ของเขายังคงเหนียวแน่น ล่าสุดกับการนั่งแท่นรับตำแหน่ง นายกสมาคมชาวปักษ์ใต้ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นสมัยที่ 2อย่าง ไร้คู่แข่งด้วยเสียงเอกฉันท์
การก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งนายกสมาคมชาวปักษ์ใต้ฯ สมัยที่ 2 ของ "บิ๊กโจ๊ก" พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เกิดจากมติที่เป็นเอกฉันท์ของคณะกรรมการและสมาชิก ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึง "การยอมรับ" ในผลงานรอบ 2 ปีที่ผ่านมา (ในสมัยแรก)
ที่ผ่านมา บิ๊กโจ๊กได้ปรับโฉมสมาคมฯ ให้มีความเคลื่อนไหวเชิงรุกมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการจัดกิจกรรมสาธารณประโยชน์: การตรวจสุขภาพฟรี การช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้อย่างรวดเร็ว
การผลักดันกิจกรรมวัฒนธรรม: งานสารทเดือนสิบในกรุงเทพฯ ที่จัดอย่างยิ่งใหญ่เพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ของคนใต้ที่มาทำมาหากินในเมืองหลวง และการสนับสนุนทุนการศึกษา ให้บุตรหลานชาวใต้ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์
สิ่งเหล่านี้ทำให้สมาชิกส่วนใหญ่เห็นว่า ในยามที่สมาคมฯ ต้องการผู้นำที่มี "พาวเวอร์" สูง สามารถระดมทุนและทรัพยากรมาขับเคลื่อนองค์กรได้ ไม่มีใครเหมาะสม
นัยยะทางการเมือง สังคม และสีกากีของ"บิ๊กโจ๊ก" พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ กับ "พื้นที่ปลอดภัย" และการรักษาฐานบารมีในวันที่ตำแหน่งหน้าที่ราชการตำรวจยังอยู่ในสภาวะคลุมเครือ การดำรงตำแหน่งนายกสมาคมชาวปักษ์ใต้ฯ ถือเป็น "พื้นที่ทางสังคม" ที่สำคัญยิ่ง มันคือหลักฐานเชิงประจักษ์ว่าเขายังคงมีที่ยืน มีหน้ามีตา และได้รับการยอมรับจากเครือข่ายภาคประชาชนขนาดใหญ่ ซึ่งสมาคมชาวปักษ์ใต้ฯ ถือเป็นหนึ่งในสมาคมภูมิภาคที่มีสมาชิกและเครือข่ายทรงอิทธิพลที่สุดในประเทศไทย ภายใต้คอนเนกชัน "คนใต้" ที่ไม่มีวันตาย
วัฒนธรรมของคนภาคใต้ขึ้นชื่อเรื่องความรักพวกพ้องและการรวมพลังที่เหนียวแน่น การที่บิ๊กโจ๊ก (ซึ่งเป็นชาวสงขลาโดยกำเนิด) สามารถกุมบังเหียนสมาคมนี้ได้อีกสมัย เท่ากับเป็นการย้ำเตือนว่า "สายสัมพันธ์สายใต้" ทั้งในกลุ่มนักการเมือง ข้าราชการระดับสูง และนักธุรกิจใหญ่ ยังคงพร้อมเป็นผนังทองแดงกำแพงเหล็กให้แก่เขา
ทิศทางและภารกิจในสมัยที่ 2: โจทย์ใหญ่ที่ต้องพิสูจน์
การกลับมาในสมัยที่ 2 นี้ ท่ามกลางบริบททางสังคมที่เปลี่ยนไป บิ๊กโจ๊กและคณะกรรมการชุดใหม่ต้องเผชิญกับโจทย์ท้าทายหลายประการ... ทำอย่างไรให้สมาคมชาวปักษ์ใต้ฯ ไม่ถูกมองว่าเป็นเพียง "สโมสรของผู้ใหญ่วัยเกษียณ" แต่สามารถดึงดูดคนใต้รุ่นใหม่ที่เข้ามาเรียนหรือทำงานในกรุงเทพฯ ให้มีส่วนร่วมได้มากขึ้น
การขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากภาคใต้.... นอกเหนือจากงานสังคมสงเคราะห์ สมาคมฯ ถูกคาดหวังให้เป็นสะพานเชื่อมโยง สินค้าชุมชน (OTOP) หรือการท่องเที่ยวของภาคใต้ สู่ตลาดระดับประเทศและสากล
การวางตัวเหนือความขัดแย้ง: ในฐานะผู้นำองค์กร บิ๊กโจ๊กต้องบริหารสมาคมฯ ด้วยความโปร่งใส เพื่อไม่ให้ประเด็นส่วนตัวหรือคดีความสะเทือนมาถึงภาพลักษณ์อันทรงเกียรติของสมาคมที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน








