วันที่ 25 พฤษภาคม 2569 ที่รัฐสภา นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) เปิดเผยภาพรวมการประชุมสภาผู้แทนราษฎรในสัปดาห์นี้ว่า จะมีการประชุมรวม 3 วัน (27-29 พ.ค.) คือวันพุธ พฤหัสบดี และเพิ่มวันศุกร์เป็นกรณีพิเศษ โดยในวันพุธจะเป็นการพิจารณากฎหมายสำคัญประมาณ 4-5 ฉบับที่คณะรัฐมนตรียืนยันต่อสภาและเคยมีมติร่วมกันในการประชุมรัฐสภาเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน
ส่วนวันพฤหัสบดีมีวาระกระทู้ถามสด กระทู้ทั่วไป และญัตติเรื่องการรับทราบ รวมถึงมีญัตติด่วนเรื่องการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาโครงการแลนด์บริดจ์ (Land Bridge) ที่ท่านกรณ์ จาติกวณิช จากพรรคประชาธิปัตย์เสนอไว้ ซึ่งหากการอภิปรายไม่จบในวันพฤหัสบดีก็จะยกยอดไปพิจารณาต่อในวันศุกร์ร่วมกับญัตติอื่น ๆ ที่สมาชิกยื่นค้างไว้
สำหรับญัตติเกี่ยวกับการติดตามเงินกู้ 4 แสนล้านนั้น ปัจจุบันยังไม่เห็นในระเบียบวาระและเข้าใจว่าประธานสภายังไม่ได้บรรจุ เนื่องจากต้องรอคำวินิจฉัยจากศาลรัฐธรรมนูญกรณีที่ฝ่ายค้านยื่นตรวจสอบการออก พ.ร.ก. ของรัฐบาลว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ เพื่อกำหนดแนวทางพิจารณาที่ชัดเจนต่อไป
ส่วนประเด็นที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ขอตัวนายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส.พรรคกล้าธรรม ไปสอบสวนนั้น เรื่องนี้จะมีการหารือในที่ประชุมวิปรัฐบาลและให้แต่ละพรรคกลับไปพูดคุยกัน โดยในส่วนของพรรคภูมิใจไทยจะมีการประชุมพรรคในวันพรุ่งนี้เพื่อพิจารณาเรื่องดังกล่าว ซึ่งต้องคำนึงถึงหลักการคุ้มครองเอกสิทธิ์ของ สส. ตามรัฐธรรมนูญเพื่อป้องกันการกลั่นแกล้งระหว่างสมัยประชุม พร้อมทั้งพิจารณาเหตุผลความจำเป็นและเจตจำนงของตัว สส. เองว่าต้องการไปสู้คดีหรือไม่ เพื่อให้การตัดสินใจของสภาเป็นบรรทัดฐานที่สง่างามและตอบคำถามประชาชนได้ เนื่องจากเป็นเรื่องส่วนตัวที่กระทบต่อความมั่นคง
"สำหรับการที่มีบางฝ่ายมองว่าสถานการณ์ปัจจุบันเป็นลักษณะสีน้ำเงินกินรวบหรือพรรคภูมิใจไทยเป็นเอเจนต์ของระบอบสีน้ำเงินนั้น ผมคิดว่าเป็นการกล่าวที่เกินเลยไปมาก เพราะพวกเราทุกคนต่างอยู่ภายใต้กติกาและรัฐธรรมนูญฉบับเดียวกัน ซึ่งที่มาของรัฐธรรมนูญนี้พรรคภูมิใจไทยก็ไม่ได้เป็นคนเขียน เราอยู่ในสภาพเดียวกับทุกพรรคไม่ว่าจะเป็นสีส้ม สีแดง หรือสีเขียว จึงไม่อยากให้สร้างวาทกรรมทางการเมืองแบบนี้ขึ้นมา เพราะในสมัยที่บางพรรคชนะเลือกตั้งเป็นอันดับหนึ่งก็ไม่เคยมีใครบอกว่าเป็นการกินรวบ ยืนยันว่าเราผ่านการเลือกตั้งมาตามกติกาเช่นเดียวกับพรรคอื่น และอยากให้ลดเรื่องวาทกรรมแล้วหันมาเอาผลประโยชน์ของประชาชนและบ้านเมืองเป็นตัวตั้ง ซึ่งที่ผ่านมาการทำงานร่วมกันในสภาทั้งกับพรรคร่วมรัฐบาลและฝ่ายค้านก็เป็นไปด้วยดี มีการประสานงานและถอยกันคนละนิดเพื่อให้งานภาพรวมเดินหน้าไปได้ จึงมั่นใจว่าไม่มีปัญหาในการทำงานร่วมกัน" นายกรวีร์ กล่าว








