ผลเลือกตั้งสหกรณ์ออมทรัพย์ครูนครราชสีมา “สมศักดิ์ จักสาร” ชนะขาด นั่งประธานต่ออีกสมัย สานอำนาจกลุ่มรักษ์สหกรณ์ยาว 11 สมัย บริหารเงินทุนกว่า 43,983 ล้านบาท ท่ามกลางเสียงวิจารณ์ผูกขาดอำนาจกว่า 20 ปี
วันที่ 23 พ.ค.69 ที่อาคารสุรพัฒน์ 2 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) นครราชสีมา สหกรณ์ออมทรัพย์ครูนครราชสีมา (สอค.นม) จัดการประชุมใหญ่วิสามัญ ครั้งที่ 2/2569 เพื่อเลือกตั้งประธานและกรรมการดำเนินการชุดที่ 69 แทนตำแหน่งเดิมที่ครบวาระ โดยมีสมาชิกสามัญซึ่งเป็นครูและบุคลากรทางการศึกษาทุกระบบในเขตพื้นที่จังหวัดนครราชสีมากว่า 2.8 หมื่นคน ทยอยเดินทางมาแสดงตนกันอย่างคึกคัก ส่งผลให้การจราจรใน มทส.ช่วงสายค่อนข้างคับคั่ง โดยจัดหน่วยเลือกตั้งตามกลุ่มโรงเรียนที่สังกัดในแต่เขตพื้นที่การศึกษา เพื่อให้สมาชิกยืนต่อแถวรอคิวเข้าคูหากาบัตรเลือกตั้ง พร้อมรับค่าตอบแทนเป็นเบี้ยค่าเดินทางและอาหารรายละ 1,500 บาท
นายปรีชา กำพุฒกลาง ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) สอค.นม. เปิดเผยว่า จากจำนวนมีผู้สิทธิเลือกตั้งทั้งสิ้น 28,0749 คน มีผู้มาใช้สิทธิ 26,240 คน คิดเป็น 93.74 % ผลรวมคะแนนเลือกตั้ง 54 หน่วย นับครบ 100 % อย่างไม่เป็นทางการ ปรากฏว่า นายสมศักดิ์ จักสาร อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนวัดสระแก้วและอดีตประธาน สอค.นม.ชุดที่ 68 ในฐานะหัวหน้ากลุ่มรักษ์สหกรณ์ ชนะได้ 19,076 คะแนน เป็นว่าที่ประธาน ฯ ต่ออีกสมัย และ 1.นางสาวอำไพ บุญลำพู 2.นายสนอง ฝ่ายโชคชัย 3.นายองอาจ เลิศประไพสกุล 4.นายสุรชัย แย้มกาญจนวัฒน์ 5.นายพันธพัฒน์ พรมสวัสดิ์ 6.นายชูเกียรติ เกษมสุข 7.นายพงพันธ์ มาแสวง ได้เป็นกรรมการดำเนินการบริหารเงินทุนดำเนินการ 43,983 ล้านบาท ถือเป็นองค์กรที่มีสมาชิกและทุนดำเนินการมากที่สุดในภูมิภาค
ทั้งนี้ กลุ่มรักษ์สหกรณ์ สามารถสืบอำนาจสมัยที่ 11 ต่อจากนายทอง วิริยะจารุ อดีตประธานที่ปรึกษา สอค.นม. กุนซือใหญ่ ได้เสียชีวิตเมื่อปลายปี 68 ส่วน ดร.พงษ์พิมล คำลอย อดีตผู้อำนวยการสำนักการศึกษา องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) นครราชสีมา หัวหน้ากลุ่มพัฒนาสหกรณ์ก้าวหน้า ผู้สมัครคู่แข่งได้ชูประเด็นสกัดการผูกขาดของกลุ่มอำนาจเก่า 20 ปี 10 สมัย และติดตามการนำเงินของสหกรณ์หลาย 100 ล้านบาท ไปฝากไว้กับสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น แต่ไม่สามารถชำระหนี้ได้ต้องใช้เวลากว่า 20 ปี ตามคำสั่งของศาลล้มละลายกลาง และไม่มีดอกเบี้ยปีละ 50 ล้านบาท รวมทั้งการลดดอกเบี้ยเงินกู้ให้กับสมาชิก แต่ก็สู้กลุ่มรักษ์สหกรณ์ไม่ได้








